Get Adobe Flash player

“ชาโต มาร์โกซ์ 2009” ไวน์แดงแพงที่สุดในโลก โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

                “World’s most expensive bottle of red wine, a 12-litre Chateau Margaux, goes on sale for £122,000

                “Le Clos Unveils World's Most Expensive Bottle of Wine in Dubai

                ส่วนหนึ่งของข่าวใหญ่ที่สื่อต่างประเทศหลาย ๆ สำนักตีพิมพ์เมื่อประมาณเดือนตุลาคมปี 2013 หลังจากชาโต มาร์โกซ์ 2009 (Chateau Margaux 2009) ขนาดบรรจุ 12 ลิตรที่เรียกว่าบัลธาซาร์ (Balthazar) จำนวน 3 ขวด ถูกร้าน Le Clos ในสนามบินดูไบ (Dubai International Airport Terminal 3) นำออกมายั่วน้ำลายมหาเศรษฐี ตั้งราคาไว้เบาะ ๆ 195,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 122,000 ปอนด์สเตอร์ริง คิดเป็นเงินไทยประมาณ 6 ล้านบาท ทำสถิติโลกในฐานะไวน์แดงราคาแพงที่สุด

นอกจากนั้นยังนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Chateau Margaux  ที่ผลิตไวน์บรรจุขวดขนาด 12 ลิตร และเป็นรุ่นจำกัด (limited edition)ผลิตเพียง 6 ขวดเท่านั้น โดย 3 ขวดที่นำมาขายที่ดูไบนี้ มาพร้อมกล่องไม้โอคและขาตั้งเหล็ก ที่ดัดแปลงมาจากรูปแบบถังบ่มไวน์ของ Chateau Margaux  สลักตัวอักษรและเขียนลายด้วยทองคำที่ขวดจากฝีมือของช่างฝีมือระดับพระกาฬ นอกจากนั้นใครที่ซื้อจะได้นั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสไปเยือน Chateau Margaux ในตำบลมาร์โกซ์ (Margaux) เมืองบอร์กโดซ์ (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส พร้อมดินเนอร์มื้อพิเศษกับกับปอล ปองตาลลิเยร์ (Paul Pontallier) General Director ของ Chateau Margaux

                 ผมชิม Chateau Margaux หลายวินเทจพร้อมกับ Paul Pontallier และลูกชายของเขาครั้งล่าสุดเมืองไทยเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ตอนหนึ่งเขาบอกกับผมว่า "Chateau Margaux shows both the greatness and uncertainties of human destinies. It's history bears the heritage left by a succession of families as well as the power of nature" ความยอดเยี่ยมของ Chateau Margaux เกิดจากความลงตัวของมนุษย์กับพระเจ้า

Chateau Margaux เดิมชื่อ La Mothe de Margaux เป็น 1 ใน 5 ไวน์เปรอะมิเยร์ ครูส์ (Premier cru หรือ First Growth) หรือไวน์ชั้น 1 ของบัญชี Medoc Classification of 1855 ตั้งอยู่ในหมู่บ้านมาร์โกซ์ ฝั่งซ้ายของแม่น้ำกาฮรอง (Garonne) อำเภอเมด็อก เมืองบอร์กโดซ์ สังกัดดีพาร์ตเมนต์ ฌีฮรองด์ (Departement of Gironde) และเป็นไวน์ AOC Margaux (Appellation Margaux Controlee)

กำเนิดของ Chateau Margaux มีระบุไม่แน่นอน ส่วนใหญ่ระบุว่าอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 12 – 14 ณ มหาปราสาทลาโมธ (Lamothe or La Mothe) ตำบลมาร์โกซ์ โดยตระกูลดูร์ฟอรต์ (Durfort) ซึ่งเป็นเจ้าของชาโต ดูร์ฟอรต์-วีวองส์ (Chateau Durfort-Vivens) ไวน์กรองด์ ครูส์ชั้น 2 ด้วยการยุบจากไวน์ 2 ตัวที่รู้จักกันดีในช่วงศตวรรษที่ 15 คือมาร์กู (Margou) และมาร์กูส (Margous) เป็น Chateau Margaux ในปี 1750

หลังจากนั้น Chateau Margaux ก็กลายเป็นสมบัติผลัดกันชมของมหาเศรษฐีหลายตระกูล แต่ที่ต้องบันทึกไว้คือปี 1836 ตระกูลดูร์ฟอรต์ ขายกิจการให้วีกอง เด อาโกโด ตระกูลขุนนางผู้ดี ซึ่งได้สร้างตึกมาร์โกซ์ใหม่ที่เห็นในปัจจุบัน โดยฝีมือของวิกตอร์ ลูอิส สถาปนิกชื่อดังที่แห่งยุค ลักษณะเป็นศิลปกรรมยุคบาบิโลนอันงดงาม ซึ่งว่ากันว่างดงามที่สุดในเมด็อก ประดับด้วยต้นไม้ล้ำค่าจากมองโกเลีย และทะเลสาบ มีการบูรณะใหม่แล้วเสร็จในปี 1812

กระทั่งปี 1976 อังเดร เมนต์เซโลปูลอส (Andre Mentzelopoulos) ผู้บริหารไฟแนนซ์กรุป Felix Potin สายเลือดกรีซ เข้าครอบครอง Chateau Margaux ด้วยเงิน 72 ล้านฟังส์หรือ 16 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีครอบครัว Agnelli ถือหุ้นด้วย ที่สำคัญคือได้อีมิล เปย์โนด์ (Émile Peynaud) สุดยอดนักปรุงไวน์ของโลกมาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งมีส่วนอย่างมากทำให้ Chateau Margaux ไร้เทียมทาน เมื่อ Andre เสียชีวิตในปี 1980 หน้าที่หลักจึงตกอยู่กับลูกสาวคอรีนน์ เมนต์เซโลปูลอส (Corinne Mentzelopoulos) และซื้อหุ้นใหญ่อย่างเต็มตัวในปี 2003  

Chateau Margaux เป็นไวน์ที่สร้างชื่อเสียงไว้มากมายตั้งแต่อดีต เช่น ในปี 1771 ได้ชื่อว่าเป็นไวน์แดงตัวแรกที่ถูกประมูลในสถาบันคริสตี้ กรุงลอนดอน (Christie’s) ขณะที่ทอมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเคยมารับราชการในบอร์กโดซ์และมาเยี่ยม Chateau Margaux ในปี 1787 เคยบอกว่า Chateau Margaux เป็น “four vineyards of first quality

นอกจากนั้นยังได้รับการบันทึกว่า เป็นไวน์ระดับ Grand Crus ตัวเดียวของเมืองบอร์กโดซ์ที่นำชื่อตำบลมาตั้งเป็นชื่อไวน์ ที่เหลือไม่มีใครใช้แบบนี้ ขณะที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลฝรั่งเศสต้องการขนมปังจำนวนมากจากสหรัฐ เพื่อเป็นอาหารพลเมืองฝรั่งเศสที่ขาดแคลน สหรัฐยื่นข้อเสนอว่า สิ่งที่จะแลกกับขนมปังต้องเป็นไวน์ Chateau Margaux เท่านั้น อย่างอื่นไม่ต้องการ

ปี 1962 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบห้าศตวรรษของมหาวิทยาลัยบอร์กโดซ์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ของโลก บุคคลสำคัญระดับชาติจะมาชุมนุมกันในงานนี้ เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักธุรกิจ นักคิดนักเขียน เจ้าของไร่ไวน์ นักชิมไวน์ ฯลฯ ซึ่งไวน์ที่จะเสิร์ฟตลอดงานต้องสุดยอดจริง ๆ และไวน์ตัวนั้นก็คือ Chateau Margaux

ปัจจุบัน Chateau Margaux มีพื้นที่ปลูกองุ่น 262 เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ = 6 ไร่ 1 งาน) หรือประมาณ 650 เอเคอร์ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ใน Margaux AOC 87 เฮกตาร์ ขณะที่พื้นที่ 80 เฮกตาร์ ปลูกกาแบร์เนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) 75 % แมร์โลต์ (Merlot) 20 % กาแบร์เนต์ ฟรองซ์ (Cabernet Franc) และเปติต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot) 2 % นอกจากนั้นอีก 12 เฮกตาร์ปลูกองุ่นเขียว โซวีญยอง บลัง (Sauvignon Blanc) เพื่อทำไวน์ขาวปาวิลลอง บลัง (Pavillon Blanc) อายุขององุ่นเฉลี่ย 40 ปีขึ้นไป

                ผลผลิตไวน์ตัวหลัก Chateau Margaux 150,000 ขวดต่อปี ไวน์ฉลากสอง Pavillon Rouge du Château Margaux 200,000 ขวดต่อปี ไวน์ขาวดราย Pavillon Blanc du Château Margaux 35,000 ขวดต่อปีซึ่งต้องขายในชื่อ Bordeaux AOC

                ท่านที่เดินทางไปดูไบ แค่แวะไปดูก็เป็นขวัญตาแล้ว ส่วนเรื่องซื้อให้คนเร่ร่อนแถวนั้นซื้อก็แล้วกัน สำคัญว่าจะอยู่ทันได้กินหรือเปล่า ?