Get Adobe Flash player

“12 ครอบครัวอมาโรเน” ไวน์อิตาเลียนหมัดหนัก โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

 

อามาโรเน (Amarone) มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอาณาบริเวณที่เรียกว่าวัลโปลิเซลา (Valpolicello) ซึ่งอยู่ในแคว้นเวเนโต (Veneto) ทางอีสานของอิตาลี  มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเป็นที่ตั้งของเมืองเวนิช ซึ่งเป็นเมืองที่มีคลองขุดงดงามมากมาย แคว้นนี้ผลิตไวน์ได้เป็นอันดับ 3 ของอิตาลี

Amarone มาจากคำว่า Amaro ซึ่งตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า Bitter มีความหมายถึงไวน์มีกลิ่นรสอันเข้มข้น ดุดัน ยอดขม ดุเดือด เป็นต้น  เป็นไวน์หมัดหนัก ดีกรีแรง 15-16 % ผลิตจากองุ่นหลายพันธุ์ผสมผสานกัน โดยมี 3 พันธุ์พื้นบ้านเป็นตัวยืนคือคอร์วีนา (Corvina) ที่ทำให้ไวน์มีกลิ่นรสหอมหวนอบอวล รอนดิเนลลา (Rondinella) ทำให้ไวน์มีกลิ่นอันสดใสโดดเด่น สีสันฉูดฉาด และมอลินารา (Molinara) องุ่นแดงที่สีของเปลือกจางจนเกือบเป็นสีชมพู เหมือนแก้มสาวงามจนได้ฉายาว่า แป้งผัดหน้า ทำให้ไวน์มีกลิ่นรสอันหลากหลาย

                ประมาณเดือนตุลาคมซึ่งเป็นระยะที่องุ่นกำลังสุกจัด ชาวไร่องุ่นต้องเก็บเกี่ยวองุ่นอย่างทะนุถนอม ไม่ให้ชอกช้ำ จากนั้นนำไปใส่กระบะที่ทำเป็นชั้นๆ โดยพื้นกระบะใช้ไม้ไผ่หรือหวายสานไว้ห่างๆ ปัจจุบันเป็นพลาสติกเสียส่วนใหญ่ เพื่อให้ลมโกรกผ่านได้ จากนั้นนำชั้นทั้งหมดเข้าไปตั้งในโรงเรือนที่โปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เป็นเวลาประมาณ 2 เดือนขึ้นไป เมื่อผลองุ่นแห้งและกลายเป็นลูกเกด ซึ่งน้ำหนักองุ่นจะหายไปประมาณ 40-60 % จนไม่เหลือน้ำ นอกจากน้ำตาล และความหวาน ขณะเดียวกันก็เกิดเชื้อราธรรมชาติ (Botrytis Cinerea) วีธีนี้ชาวอิตาเลียนเรียกว่า แอสปาสซิเมนโต (Appassimento) แล้วจึงนำไปทำไวน์ต่อไป

                เคล็ดลับอย่างหนึ่งของการดื่มไวน์อามาโรเนคือ เมื่อเปิดขวดแล้วต้องให้เวลาในการหายใจนานกว่าไวน์แดงทั่วๆ ไป ประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไป บางยี่ห้ออาจถึง 4-5 ชั่วโมง  เป็นไวน์ที่มีสีเข้มลึกลํ้า (Deep Garnet) เต็มไปด้วยกลิ่นหอมตลบอบอวล มีความฝาดขมที่สมดุล รวมทั้งมีแอลกอฮอล์หนักแน่น นํ้าเนื้อ ฟูลบอดี้

                ปัจจุบันมีผู้ผลิตไวน์อมาโรเนมากมาย แต่ที่ถือว่าต้องชิมสักครั้งหนึ่งในชีวิตคืออมาโรเนของผู้ผลิตแบบครอบครัว (Famiglie dell’Amarone d’Arte หรือ  Amarone Families)ซึ่งครอบครัวผลิตอมาโรเนระดับคุณภาพติดต่อกันมาหลายสิบปี บางครอบครัวเกือบ 100 ปี บางครอบครัวเกิน 100 ปี ปัจจุบันมีเหลืออยู่เพียง 12 ครอบครัวเท่านั้น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกและสภาพเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรักษาคุณภาพไว้ได้อย่างนี้  

มูเซลลา อมาโรเน เดลลา วัลโปลิเซลลา รีแซร์วา ดีโอซี (Musella Amarone della Valpolicella Riserva DOC) : เริ่มปลูกองุ่นครั้งแรกปี 1960 ผลิตไวน์วินเทจแรก 1993 ใช้องุ่น 3 พันธุ์ Corvina 70%, Rondinella 20%, Oseleta 10%

เซนาโต อมาโรเน เดลลา วัลโปลิเซลลา รีแซร์วา ดีโอซี .แซร์จิโอ เซนาโต(Zenato Amarone della Valpolicella Riserva DOC “Sergio Zenato”) : ตัวนี้นอกจากจะใช้องุ่น Corvina และ Rondinella แล้วยังมีส่วนผสมของ 2 องุ่นพื้นเมืองโบราณคือ Croatina และ Oseleta เป็นไวน์สไตล์ Rich but elegant

ทอมมาซี อมาโรเน เดลลา วัลโปลิเซลลา ดีโอซี กลาสสิโก(Tommasi Amarone della Valpolicella DOC Classico) Tommasiเป็นบริษัทใหญ่ ค่อนข้างหาในท้องตลาดง่าย

เตเดสคีอมาโรเน เดลลา วัลโปลิเซลลา ดีโอซี กลาสสิโก “กาปิตัล มอนเต ออลมี”(Tedeschi Amarone della Valpolicella DOC Classico “Capitel  Monte Olmi”) : ครอบครัวนี้ทำไวน์มาตั้งแต่ปี 1918 และเป็นอมาโรเนที่ต่างจากครอบครัวอื่น เพราะมีมิเนอรัลและบาซามิกค่อนข้างเยอะ

นิโคลิสอมาโรเน เดลลา วัลโปลิเซลลา ดีโอซี กลาสสิโก “แอมโบรซาน”  (Nicolis Amarone della Valpolicella DOC Classico Ambrosan )

เตนูตา ซานต์ อันโตนิโอ อมาโรเน เดลลา วัลโปลิเซลลา ดีโอซี กลาสสิโก“กัมโป เดอี กีญี” 2005 (Tenuta Sant’Antonio Amarone della Valpolicella DOC Classico “Campo Dei Gigli2005) : ครอบครัวนี้ทำอมาโรเนมาราว ๆ 50 ปี ฝีมือไม่แพ้รุ่นพี่ ๆ หอมกรุ่นด้วยผลไม้เปลือกดำสุก

 เวนตูรินีอมาโรเน เดลลา วัลโปลิเซลลา ดีโอซี กลาสสิโก(Venturini Amarone della Valpolicella DOC Classico): เป็นครอบครัวที่ยึดถือการทำอมาโรเนแบบดั้งเดิมมาโดยตลอด เป็นตัวหนึ่งที่ผมชอบมาก

เบกาลีอมาโรเน เดลลา วัลโปลิเซลลา ดีโอซี กลาสสิโก “มอนเต ซา เบียงกา” (Begali Amarone della Valpolicella DOC Classico “Monte Ca Bianca) : เป็นอีกครอบครัวที่ทำอมาโรเนได้ดีมากโครงสร้างหนักแน่นสมบูรณ์แบบ และเมื่อยู่ในแก้วสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่จิบแรกจนคำสุดท้าย

อัลเลกรีนีอมาโรเน เดลลา วัลโปลิเซลลา ดีโอซี กลาสสิโก 2005 (Allegrini Amarone della Valpolicella DOC Classico 2005) : เป็นอีกหนึ่งตัวที่หาไม่ยากในท้องตลาด

สเปรีอมาโรเน เดลลา วัลโปลิเซลลา ดีโอซี กลาสสิโก “วิเญโต มอนเต ซาน เตอร์บาโน” (Speri Amarone della Valpolicella DOC Classico “Vigneto Monte Sant’Urbano)

มาซีอมาโรเนเดลลา วัลโปลิเซลลา ดีโอซี กลาสสิโก“กอสตาเซรา” (Masi Amarone della Valpolicella Classico DOC “Costasera” ) : เป็นหนึ่งในอมาโรเนที่คุณภาพเสมอต้นเสมอปลาย

บรีกัลดาราอมาโรเนเดลลา วัลโปลิเซลลา ดีโอซี กลาสสิโกรีซิโอโต(Brigaldara Amarone della Valpolicella DOC Classico “Recioto”) : ตัวนี้เป็นอมาโรเนที่อร่อยมาก

Amarone เป็นไวน์หมัดหนักที่แคลซสิค ซึ่งถ้ามีโอกาสต้องลิ้มลองสักครั้งในชีวิต.

                **************