Get Adobe Flash player

"อัลมาวิวา" ซูปเปอร์ ชิเลียน โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

              

               คอการเมืองถ้าไม่รู้จักชื่อของพลเอก ออกุสโต ปิโนเช จอมผด็จการทางทหารของชิลีคนล่าสุดที่เคยครองอำนาจในช่วงปี 1973 – 1990 จงอย่าคุยว่าเป็นคอการเมืองตัวจริงเสียงจริง ปัจจุบันเขาอายุย่าง 91 ปี ที่กำลังป่วยด้วยโรคหัวใจและอยู่ในระหว่างถูกพิจารณาคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการลักพาตัว และสังหารชีวิตนักโทษการเมืองช่วงเรืองอำนาจ

               ส่วนคอไวน์ถ้าไม่ได้ลิ้มลองไวน์ชิลีถือว่า ยังไม่ครบถ้วนกระบวนความของโลกเมรัยอมตะ เพราะไวน์ชิลีวันนี้ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไวน์ชิลีคุณภาพเยี่ยมที่เรียกว่า “ซุปเปอร์ชิเลียน” (Super Chilean) ได้ถูกค้นพบและเรียงหน้าออกมาให้คอไวน์ได้พิสูจน์

               ชิลีเป็นผู้ผลิตไวน์โลกใหม่ที่เก่าแก่ที่สุดในจำนวนชาติที่ผลิตไวน์โลกใหม่ด้วยกัน ผลิตไวน์มากว่า 500 ปี  แต่สิ่งที่ชิลีเหนือกว่าทั้งชาติโลกใหม่ด้วยกัน รวมทั้งชาติโลกเก่าแทบทุกชาติก็คือ พันธุ์องุ่นของชิลีเป็นองุ่นจริง ๆ ไม่ใช่องุ่นตัดต่อติดตาเหมือนในยุโรป เนื่องจากการระบาดของแมลงฟีลล็อกซีร่า(Phylloxera)    ในศตวรรษที่ 18 แต่แมลงร้ายชนิดนี้ไม่สามารถข้ามทะเลและภูเขาไปกินต้นองุ่นของชิลีได้ ขณะเดียวกันชิลีก็สามารถปลูกองุ่นดัง ๆ ของโลกได้อย่างครบครัน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวปัจจุบันชิลีจึงเป็นดินแดนหนึ่งที่ผู้ผลิตไวน์จากทั่วโลก เบนเข็มไปลงทุน โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศสมีหลายราย หนึ่งในจำนวนนั้นคือ "บารอน ฟิลิปป์ เดอ ร็อธส์ไชลด์" (Baron Philippe de Rothschild)  เจ้าของ " ชาโต มูตอง ร็อธส์ชิลด์" 1 ใน 5 อรหันต์เมด็อก

 บารอน ฟิลิป เดอ ร็อธส์ไชลด์ ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส ข้ามทะเล ปีนภูเขา ไปจับมือกับ คอนชา อิ โทโร (Concha y Toro) ยักษ์ใหญ่ไวน์ชิลี  ผลิตไวน์สไตล์บอร์กโดซ์ชื่อ "อัลมาวิวา" (Almaviva)  เมื่อยักษ์จับมือยักษ์เป็นสงครามหญ้าแพรกคงแหลกราญ แต่เมื่อเป็นเรื่องของไวน์จึงกลายเป็นที่โหยหาของบรรดาคอไวน์น้อยใหญ่

ชาโต มูตอง นั้นไม่ต้องพูดถึงความยิ่งใหญ่ ก่อนหน้านั้นไปร่วมกับโรเบิร์ต มอนดาวี แห่งนาปา แวลลีย์ ผลิต Opus One จนโด่งดังมาแล้ว ก่อนจะขยับขยายมาร่วมกับคอนชา อิ โทโร  1 ใน 10 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตไวน์ของชิลี เป็นบริษัทไวน์รายแรกที่เข้าตลาดหุ้นที่นิวยอร์ก ไวน์รุ่นดังๆ เช่นรุ่น  “ปราสาทผีสิง” (Casillero del Diablo) และรุ่นดอน เมลชอร์ (Don Melchor) เป็นต้น

อัลมาวิวา เป็นชื่อของทั้งชื่อไวน์ และชื่อไร่องุ่นที่ปูเอนเต อัลโต  (Puente Alto) ในไมโป แวลลีย์ ถูกผลิตวินเทจแรกคือ 1996  เกิดจากการผสมผสานระหว่าง กาแบร์เนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) และการ์เมแนร์หรือการ์เมเนเร (Carménère) เป็นหลัก บางวินเทจอาจจะมีกาแบร์เนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) และแมร์โลต์ (Merlot) ผสมด้วย

Carménère เป็นองุ่นที่สูญพันธุ์ไปจากบอร์กโดซ์ ลงไปอยู่ในท้องแมลงร้ายฟิล็อกซีรา (Phylloxera)  เพราะแมลงชนิดนี้ชอบองุ่นพันธุ์นี้มาก ตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 18 แต่ไปปรากฏตัวโด่งดังในชิลี คนชิลีเรียกว่า Grande Vidure  และถูกโปรโมทให้เป็นองุ่นประจำชาติชิลีเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันยังไม่มีประเทศใดสามารถผลิตไวน์จากองุ่น ได้ดีเท่ากับชิลี

ท็อด วิคเตอร์ มอสเตโร (Tod Víctor Mostero) ไวน์เมกเกอร์ยุคเริ่มต้นของอัลมาวิวาก็ไม่ธรรมดา จบปริญญาโทวิชาการปรุงไวน์จากมหาวิทยาลัยบอร์กโดซ์สอบได้ที่ 1 ขณะที่ปริญญาตรีจบวิชาปรุงไวน์และการจัดการจากที่เดียวกันเป็นที่ 1 จากนักเรียนทั้งหมด 700 คน เคยทำงานอยู่กับชาโตดังๆ ของฝรั่งเศส เช่น Château Dillon, Château Haut-Brion, Château Pétrus, and Château de la Dauphine, Domaine de Lambert,Domaine de la Romanée-Conti, และ Opus One ในนาปา แวลลีย์ ซึ่ง 2 แห่งหลังนี้อยู่ในเครือชาโต มูตอง ร็อธส์ไชลด์

           ในชิลียังไม่มีการแบ่งเกรดไวน์อย่างเป็นทางการ แต่ “อัลมาวิวา” ถูกจัดอยู่ในระดับชั้นพริเมอร์ ออร์เดน (Primer Orden) เป็นภาษาสเปน มีความหมายเทียบเท่ากับ "เปรอะมิเยร์ กรองด์ ครู คลาสเซ” (Premier Grand Cru Classe) ของฝรั่งเศส หรือเฟิร์ส โกรว์ธ (First Growth) ในภาษาอังกฤษ เป็นไวน์ถูกควบคุมคุณภาพอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกองุ่น และองุ่นต้องมาจากไร่เดียว (Single Bodega ) และเทคนิคการผลิตไวน์ที่ต้องเป็นของตัวเอง ในเมืองไทยแทบจะหาคนที่เคยลิ้มลองน้อยมาก เพราะนอกจากราคาจะค่อนข้างสูงแล้ว ยังหายาก ผู้นำเข้าไม่กล้าสั่งเข้ามาขาย

           นับตั้งแต่ผลิตวินเทจแรกในปี 1996 อัลมาวิวา เป็นไวน์ที่คะแนนในระดับสูงเกิน 90 ทั้งสิ้น ตลาดใหญ่อยู่ที่ยุโรปและอเมริกา ในเอเชียมีเพียงญี่ปุ่นเท่านั้น ในเมืองไทยการจะได้ลิ้มลองไวน์ตัวนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

            Almaviva 2000 : นิตยสาร Wine Spectatorชิมในเดือน ต.ค.ปี 2002 ให้ 93 คะแนน ผสมผสานจากกาแบร์เนต์ โซวีญยอง  86 % และการ์เมแนร์  14 %  ที่ปลูกในไมโป แวลลีย์ (Maipo Valley) เป็นไวน์ฟูล บอดี้ โครงสร้างสมบูรณ์ อวบอิ่ม อบอวลด้วยแบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ เชอร์รี พลัม โกโก้  เห็ด แร่ธาตุ ซีดาร์ และควันไฟ แทนนินหนักแน่น

Almaviva 1999 : โรเบิร์ต ปาร์คเกอร์ ให้ 90+ ขณะที่นิตยสาร Wine Spectator ให้ 92คะแนน ผลิตจากองุ่น 3 พันธุ์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์พิเศษของชิลีคือกาแบร์เนต์ โซวีญยอง,การ์เมแนร์ และการ์แบร์เนต์ ฟรอง  เป็นไวน์ที่โครงสร้างสมบูรณ์ สไปซี่ กล่องซิการ์ แบล็คเบอร์รี พลัมสุก ๆ  ยาสูบ ผงโกโก้ วนิลา ควันไฟ แร่ธาตุ ลิเคียวร์ แนนนินนุ่มนวล 

Almaviva 1998 : นิตยสาร Wine Enthusiasticให้ 93 คะแนน  โครงสร้างเยี่ยมมาก ผสมผสานจาก Cabernet Sauvignon, Merlot และ  Cabernet Franc มีกลิ่นของไอดิน แบล็คเชอร์รี สไปซี่ เห็ดป่า พลัม ยาสูบวนิลากรุ่น ๆ  ชอกโกแลต แทนนินนุ่มนวล เป็นต้น

Almaviva 2001 : นับเป็นวินเทจที่ 6 นับตั้งแต่ผลิตมา ตัวนี้ยิ่งสุดยอด เพราะนิตยสาร Wine Spectator ให้ 95 คะแนน สูงกว่าทุกวินเทจที่มีการผลิตมา และเมื่อนิตยสารดังกล่าวจัดอันดับไวน์ ยอดเยี่ยม 100 ตัว อัลมาวิวาได้อันดับที่ 16 ขณะที่นิตยสาร Wine Advocate ให้ 93 คะแนน โดยส่วนตัวผมให้ 94 คะแนนสีแดงเข้มแกมสีแดงทับทิม ยังไม่เปิดเท่าใดนัก เริ่มดื่มได้ในปี 2005 เป็นต้นไป  โครงสร้างดี มีกลิ่นไอดินคล้าย ๆ กับวินเทจ 1998 ผลไม้เปลือกดำ พลัม สไปซี่ ควันไฟ ซิการ์  แทนนินแน่นแต่เริ่มสุกจบยาวนาน.