Get Adobe Flash player

“โบโฌเลส์ นูโว” โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

โบโฌเลส์ นูโว...มาแล้วจ้า !!!

…Le Beaujolais Nouveau est arrive! ..

เป็นสัญญาณรู้กันทั่วโลกว่าไวน์ โบโฌเลส์ นูโว (Beaujolais Nouveau)วินเทจใหม่พร้อมสำหรับการลิ้มลองแล้ว ....แปลเป็นไทยแบบสนุกสนานก็คงจะเป็น

…..โบโฌเลส์ นูโว มาแล้วจ้า!……

หลังวินเทจ 2005 เป็นต้นมา มีการคิดประโยคใหม่ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นคำสากลทั่วโลกคือ It’s beaujolais nouveau timeทุกปีไวน์ Beaujolais Nouveau กว่า 70 ล้านขวด จะถูกลำเลียงจากอำเภอโบโฌเลส์ (Beaujolais) แคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) ไปสู่เมืองใหญ่ของโลก ด้วยระบบขนส่งแทบทุกอย่าง ก่อนจะเริ่มเปิดหีบขายกันในเวลา 00.00 นาฬิกา ของวันพฤหัสบดีที่สามของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 20

Beaujolais Nouveau กำเนิดมาจากบาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารประเภทบริสโทรท้องถิ่นในอำเภอ Beaujolais และลีอองส์ (Lyons) ซึ่งทุกๆ ฤดูใบไม้ร่วง ไวน์ Beaujolais Nouveau จะถูกรินจากถังของเจ้าของไวน์ต่างๆ ใส่เหยือก แล้วแห่แหน ถ้าเป็นบ้านเราก็ต้องมาพร้อมแตรวง กลองยาว อาจจะมีโคโยตี้ ฯลฯ เพื่อเฉลิมฉลอง และถือเป็นการพักของไวน์เมกเกอร์ที่เหนื่อยมาทั้งปี กระทั่งวันที่ 13 พ.ย.1951 ไวน์ "Beaujolais Nouveau" จึงเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับ AOC เมื่อ 12 ก.ย.1937

Beaujolais เป็นดินแดนที่ผู้หญิงสวยมาก ว่ากันว่าสาวๆ ที่เดินตามท้องถนน ถ้าไม่สวยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่ใช่สาว Beaujolais บางคนบอกว่าถ้าเปรียบไวน์กับสาวๆ Beaujolais Nouveau ประหนึ่งดังสาววัยแรกแย้ม กำลังเปล่งปลั่ง สวยสด ใสปิ๊ง แตกเนื้อสาวเปรี๊ยะๆ สมกับเป็นไวน์ใหม่แห่งปี

องุ่นที่ใช้ทำไวน์ Beaujolais Nouveau คือ กาเมย์ (Gamay) ซึ่งเป็นองุ่นแดงที่ปลูกมากที่สุดในแคว้นเบอร์กันดี คนงานซึ่งแต่ละปีต้องใช้คนงานประมาณ 30,000 - 35,000 คน จะเก็บองุ่นด้วยมือเก็บให้แล้วเสร็จภายใน 3 สัปดาห์ โดยไม่ใช้เครื่องจักรเพราะจะทำให้องุ่นชอกช้ำส่งผลต่อความสดของไวน์ จากนั้นนำไปหมักโดยกระบวนการหมักที่เรียกว่า Maceration Carbonic คือหมักองุ่นทั้งลูกโดยไม่เติมยีสต์แต่ปล่อยให้องุ่นเริ่มเปื่อยยุ่ยไปตามกาลเวลาในสภาวะที่มีคาร์บอนไดออกไซด์นั่นเองและปกติก็จะกินเวลาไม่นาน

Beaujolais Nouveau จะไม่มีการบ่มถังไม้โอค และจากผลการหมักดังกล่าวจะได้ไวน์ที่แทนนินต่ำ แอลกอฮอล์ไม่สูงมาก ฟรุตตี้ (Fruity) และกลิ่นหอม แต่พัฒนาตัวเองเร็ว จึงต้องดื่มขณะที่เป็นไวน์ใหม่ (Young Wine) และไม่ควรเก็บเอาไว้นานอันเป็นที่มาของนูโว (Nouveau) ที่มีความหมายว่า "ใหม่" (New) ด้วยประการฉะนี้...

Beaujolais Nouveau เป็นไวน์ที่ดื่มง่ายกว่าไวน์แดงทั่วๆ ไป เพราะมีฟรุตตี้สูง จึงต้องเสิร์ฟในอุณหภูมิเย็นๆ ประมาณ 13 องศาเซลเซียส ขณะที่ไวน์Beaujolais ทั่วไป จะเสิร์ฟประมาณ 16-17 องศาเซลเซียส ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นไวน์ที่ต้อง "ดื่ม" กันอย่างจริงจังมากกว่าจะ "จิบ" เหมือนไวน์แดงทั่วไป

ประการสำคัญจะไม่มีการวิจารณ์ ไวน์ Beaujolais Nouveau เพราะถือเป็นไวน์แห่งการเฉลิมฉลอง โดยไม่ต้องคำนึงถึงพิธีรีตองใดๆ ไวน์ชนิดนี้จะมีคุณภาพสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 6 สัปดาห์หลังวางตลาด จากนั้นคุณภาพจะเริ่มถดถอยลง

เทศกาลการเฉลิมฉลองหลังการเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในกรุงปารีสซึ่งตั้งอยู่เหนือหมู่บ้าน Beaujolais ไปราว 300 กิโลเมตรตั้งแต่ช่วงกลางของปี 1800 เป็นต้นมา โดยร้านอาหารประเภทบิสโตรจำนวนมากเริ่มสั่งไวน์ Nouveau คราวละหลาย ๆ บาร์เรลไปเสิร์ฟเพื่อให้ชาวเมืองได้ดื่มกินพร้อมฉลองเทศกาลแห่งความสนุกสนานนี้ด้วย ในการฉลองนี้ผู้คนจะมากระจุกรวมตัวอย่างคับคั่งและรอฤกษ์งามยามดีที่จะได้โห่ร้องก้องตะโกนวลี “Le Beaujolais Nouveau est arrivé!”พร้อม ๆ กัน ภายในเวลาไม่ถึงสิบปีการเฉลิมฉลองนี้ก็ได้แผ่ขยายไปจนถึงกรุงลอนดอนและเกือบร้อยปีผ่านไปชาวอเมริกันจึงได้เริ่มร่วมฉลองเทศกาลนี้เช่นกัน

จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ได้มีจำนวนร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่มากมายที่สั่งไวน์ Beaujolais Nouveau ไปเสิร์ฟเฉพาะช่วงเทศกาลนี้ทั่วโลก ไวน์ Beaujolais Nouveau เคยเป็นไวน์ที่ช่วยให้ไร่องุ่นและโรงไวน์จิ๊บจ๊อยตามหมู่บ้านเล็ก ๆ สามารถลืมตาอ้าปากและมีเงินจำนวนหนึ่งเพื่อใช้จ่ายในแต่ละปี

ในทวีปเอเชียประเภทญี่ปุ่นถือว่าดื่ม Beaujolais Nouveau มากที่สุดขนาดจอร์จ ดูเบิฟ (George Duboeuf) เจ้าของฉายา "คิง ออฟ โบโฌเลส์" (King of Beaujolais) ต้องใช้เครื่องบินจัมโบ้ลำใหญ่ขน Beaujolais Nouveau มาญี่ปุ่นทุกปี ขณะที่ในญี่ปุ่นก็มีการจัดกิจกรรมต่างๆ แม้กระทั่งทำเป็นอ่างน้ำขนาดใหญ่ ให้คนลงไปอาบกันอย่างสนุกสนาน และญี่ปุ่นเป็นชาติที่จะได้ดื่ม Beaujolais Nouveau ก่อนชาติอื่น

เมื่อพฤศจิกายนปี 2009 ซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศญี่ปุ่น สร้างความฮือฮาด้วยการขาย Beaujolais Nouveau ในขวดพลาสติก (PET) ซึ่งในปีนั้นมี Beaujolais Nouveau วางขายในญี่ปุ่นกว่า 5 ล้านขวด ในซูเปอร์ของห้าง Aeon ขายขวดละ 980 เยน เป็นครั้งแรกที่ขาย Beaujolais Nouveau ราคาต่ำกว่า 1,000 เยน จากเดิมที่เคยขายในราคาประมาณ 2,000-3,000 เยน

                ในเรื่องนี้ผู้ผลิตบอกว่าขวด PET นี้เหมือนขวดไวน์ที่ทำด้วยแก้วแทบแยกไม่ออกเลย น้ำหนักเบา แถมราคาก็ถูก ที่สำคัญก็คือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันสายการบินหลายแห่งหันมาใช้ไวน์ที่บรรจุในขวด PET เสิร์ฟในชั้นประหยัด เป็นการประหยัดน้ำหนักเพราะชั้นประหยัดใช้ไวน์แต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดจากผู้โดยสารใช้เป็นอาวุธเมื่อทะเลาะกัน

"Le Beaujolais Nouveau est arrive!"

ท่านดื่มโบโฌเลส์ นูโว 2014..กันหรือยัง !!..