Get Adobe Flash player

หัวเราะแก้กลุ้ม โดย เคลี่ขี้เล่า

Font Size:

ช่วงนี้ดิฉันอารมณ์ไม่ค่อยประชานิยม(รัฐบาล)เท่าไหร่ อยู่ดีๆก็ผีฝ่ายค้านเข้า เขียนเรื่องการเมืองติดต่อกันไปได้ตั้ง 3 ฉบับติดกัน ตั้งแต่มันมาเหนือเมฆครั้งนั้นยังแค้นไม่หาย เห็นจะต้องเพลาๆลงหน่อยดีกว่า เดี๋ยวจะพาลถูกแบนไปอยู่ใต้เมฆซะนั่น ฉบับนี้เบาๆกับเรื่องโจ๊กร้อนๆ เอ้ย โจ๊กฮาๆที่ไปอ่านเจอมาบ้าง เก็บมาจากเฟซบุ๊คเพื่อนบ้าง

 

 

ในโต๊ะสนทนา งานเลี้ยงนักเรียนเก่ารุ่นแก่

ชายคนที่1: ลูกชายเรียนเก่งได้ปริญญาเอก ไปไหนใครๆก็เรียกว่า Doctor ภูมิใจมาก

ชายคนที่2: ขอคุยทับ ลูกเป็นอาจารย์ ไปไหนใครก็เรียกว่า Master

ชายคนที่3: คุยทับอีกว่า ลูกบวชเป็นพระ ไปไหนใครๆก็เรียกว่า Father

แล้วหันไปถามเพื่อนอีกคนที่นั่งนิ่งว่า แล้วลูกชายแกล่ะ

ชายคนที่4: อั๊วไม่มีลูกชายให้แข่งกับพวกแกหรอกนะ มีลูกสาวคนเดียว แต่หน้าอก 40 เอว 25 สะโพก 38 ไปไหนใครๆก็เรียกว่า Oh!! My God

วันนี้คุณครูให้นักเรียนทุกคนออกมาเล่านิทานที่หน้าชั้นเรียนให้เพื่อนฟังคนละ1เรื่อง

พอถึงคิวเนย..เนยก็ออกไปเล่าว่า

"กาลครั้งหนึ่งนานมาเเล้ว ในป่าเเห่งหนึ่งมีชาเขียวเต็มไปหมดเลย"

แล้วเนยก็เดินกลับเข้าไปนั่งค่ะ

คุณครูทำหน้า งง แล้วถามเนยว่า

"อะไรกัน..ทำไมไม่เล่าให้มันจบๆล่ะ"

เนยจึงตอบคุณครูไปว่า

"จบแล้วค่ะครู"

คุณครูทำหน้า งง ยิ่งกว่าเดิมแล้วถามเนยต่อค่ะว่า

"นิทานอะไรของเธอ..สั้นนิดเดียวเอง"

เนยเลยรีบบอกคุณครูไปค่ะว่า

"'นิทานชาดก ค่ะ"

พอเนยพูดจบคุณครูบอกให้เนยรีบเข้าไปนั่งที่ได้ค่ะ

แต่เนยแอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าคุณครู งง ตรงไหน

 

มีโรงเรียนในชนบทแห่งหนึ่ง

วันนี้ห้อง ป.3 ทั้งชั้นมีนักเรียน 30 คน มาสายทั้ง 30 คน

คุณครูสาวประจำชั้นก็เลยถามเหตุที่มาสายทีละคน

คนแรก ตอบว่าบ้านผมไกล ต้องขี่ควายมาครับ

แต่เมื่อวานควายไม่สบาย

วันนี้ผมขี่มันมา มันเลยมาตายกลางทางครับ

ผมจึงต้องเดินมาเลยมาสายครับ

ปรากฎว่านักเรียนอีกยี่สิบกว่าคนตอบเหมือนคนแรกกันหมดเลย

เหลือแต่ คนสุดท้ายกำลังจะให้คำตอบ

ครูสาวประจำชั้นก็เลยพูดขึ้นมาว่า คงไม่ต้องตอบแล้วล่ะ ครูรู้แล้วว่าเธอจะต้องตอบเหมือนกัน

เด็กคนสุดท้ายพูดขึ้นว่า

"ป่าวนะครับ ควายผมไม่ตายหรอก แต่ที่ผมมาสายเพราะต้องขี่ควาย

หลบซ้ายทีขวาที เพราะศพควายตั้ง 29 ตัวมันขวางทางครับ"

มีอาแปะขายซาลาเปาคนหนึ่งเข็นซาลาเปาเข้าไปขายในหมู่บ้านทุกวัน ซึ่งก็ขายหมดทุกวัน เพราะซาลาเปาของอาแปะอร่อย ราคาไม่แพงและอาแปะก็นิสัยดี คนในหมู่บ้านจึงเป็นลูกค้าประจำของอาแปะ

เรื่องเดียวที่รบกวนหัวใจของชาวหมู่บ้านลูกค้าของอาแปะก็คือ อาแปะชอบใช้มือหยิบซาลาเปาใส่ถุงให้ลูกค้า แทนที่จะใช้ที่คีบที่มีวางอยู่บนรถเข็นอยู่แล้วแต่อาแปะก็ไม่เคยใช้ อาแปะบอกว่า แกถนัดของแกอย่างนี้ ใครจะว่ายังไงแกก็ไม่สน เพราะยังไงซาลาเปาแกก็ขายดี

อยู่มาวันหนึ่ง อาแปะก็เข็นซาลาเปาเข้ามาขายตามปกติ เนื่องจากแกปวดฉี่ แกก็เลยแวะฉี่ใต้ต้นมะขามหน้าหมู่บ้าน เมื่อฉี่เสร็จก็เข็นซาลาเปาเข้ามาในหมู่บ้าน โชคไม่ดีที่เผอิญมีคนมาเห็นเข้า ก็เลยไปบอกคนทั้งหมู่บ้านว่า อาแปะยืนฉี่แล้วไม่ล้างมือจะเข้ามาขายซาลาเปา วันนั้นคนทั้งหมู่บ้านก็เลยไม่มีใครคิดจะซื้อซาลาเปาของอาแปะกิน

วันนี้อาแปะก็แปลกใจ เพราะผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาซื้อซาลาเปาของแก เมื่อมีคนผ่านแกก็ถามว่า

"นี่ๆ ลื้อพอรู้ไหมว่าทำไมไม่มีคนซื้อซาลาเปาอั๊วเลยล่ะ"

"อ้าว ก็เมื่อเช้าอาแปะยืนฉี่หน้าหมู่บ้านไม่ล้างมือ แล้วอาแปะจะเข้ามาขายซาลาเปา จะมาเอามือหยิบซาลาเปาขายให้พวกเรา แล้วใครจะซื้อล่ะ"

เมื่ออาแปะได้ยินดังนั้นก็ตกใจ คิดข้อแก้ตัวไม่ออก เผอิญมองไปเห็นที่คีบซาลาเปาบนรถเข็นก็เลยแก้ตัวไปว่า

"อ๋อ พวกลื้อนี่ไม่รู้อะไร เวลาอั๊วหยิบซาลาเปา อั๊วใช้มือ แต่เวลาอั๊วฉี่น่ะ อั๊วใช้ที่คีบ"

นักเดินทาง 3 คน หลงป่าไปเจอเผ่ากินคน วันนั้นเป็นวันเกิดของหัวหน้าเผ่า ท่านหัวหน้าจึงคิดจะทำบุญ

จึงสั่งว่า "วันนี้เป็นวันเกิดของข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แต่พวกเจ้าต้องเข้าป่าไปเก็บผลไม้คนละ 10 ผล

ต้องเป็นชนิดเดียวกันใน 10 ผลนั้น ไปได้" ทั้ง 3 คนรีบเข้าป่าไปทันที สักครู่ คนแรกก็กลับมาพร้อมกับ

มะม่วง 10 ผล หัวหน้าเผ่าสั่งว่า "เจ้าจงนำผลไม้นั้นยัดไปในก้นของเจ้าทีละลูกให้ครบ โดยห้ามทำหน้าตา

ใดๆทั้งสิ้น มิฉะนั้น จะถูกฆ่าทิ้ง" ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็ทำตามทันที แต่พอถึงลูกที่ 2 ก็เผลอทำหน้าเหยเก

ออกมา จึงถูกฆ่า ต่อมา ชายคนที่ 2 ก็กลับมาพร้อมเชอร์รี่ 10 ผล รายนี้ถูกสั่งให้ทำแบบเดียวกันก็รีบทำตามทันที

แต่เมื่อถึงลูกที่ 9 ก็เผลอปล่อยก๊ากออกมา จึงถูกฆ่าเช่นกัน บนสวรรค์ ชายคนแรกถามอีกคนว่า

"แกหัวเราะออกมาทำไมวะ ทั้งๆที่ยัดลูกที่ 9 แล้วเชียว" ชายคนที่ 2 ตอบว่า

"ช่วยไม่ได้นี่หว่า ก็ตอนยัดลูกที่ 9 น่ะ ข้าเห็นพวกเราอีกคน อุ้มทุเรียนตั้ง 10 ลูกกลับมา !"

มีชาย 3 คน ชายสามคนนี้ตายพร้อมกัน ดวงวิญญาณจึงถูกส่งไปที่สวรรค์ แต่ทว่าเทพสูงสุดของสวรรค์นั้นได้บอกกับชายสามคนว่าสวรรค์นั้นเหลือที่ว่างอีกเพียงที่เดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงตัดสินกันว่า ใครที่ตายอนาถที่สุดจะได้ขึ้นสวรรค์

ชายคนที่ 1 : ตอนนั้นผมจับได้ว่าเมียมีชู้ ผมจึงรีบกลับบ้านด้วยโทสะที่เต็มเปี่ยม บ้านของผมเป็นคอนโด ผมอยู่ชั้นที่ 25 พอผมไปถึงผมก็ไม่เห็นใครนอกจากเมียผม ผมรีบไปที่ระเบียง ก็เห็นชายคนหนึ่งเกาะระเบียงอยู่ชั้นบน ผมคิดว่าชายคนนี้แหละเป็นชู้เพราะเขากำลังจะปีนหนี ผมจึงผลักเขาตกลงไป แต่ชายคนที่ถูกผลักยังไม่ตาย เพราะเขาร่วงลงไปบนพุ่มไม้ ผมจึงยกตู้เย็นในห้องผมโยนซ้ำลงไป แต่ด้วยความที่ตู้เย็นหนักไปหน่อย ผมจึงร่วงตามตู้เย็นไปด้วย

ชายคนที่ 2 : บ้านของผมอยู่ที่คอนโดชั้นที่ 26 ผมออกกำลังกายอยู่ที่หน้าระเบียง แต่เกิดพลัดตกลงไป ผมตกใจมากแต่โชคดีที่ผมจับระเบียงไว้ทัน แต่มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ ผลักผมลงไปแล้วก็โยนตู้เย็นลงมาอีก

ชายคนที่ 3 : ผมเป็นชู้ของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่แล้วสามีของผู้หญิงคนนั้นก็จับได้ ผมตกใจมากจึงไปซ่อนตัวในตู้เย็น

ขำกันบ้างมั๊ยคะท่านผู้ชม