Get Adobe Flash player

เปิดบริสุทธิ์ “Ornellaia 2012” โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

ผมเจออาเซล ไฮน์ซ (Axel Heinz) ไวน์เมกเกอร์ (Winemaker) ของ ออร์เนลลายา (Ornellaia) เมื่อเดือนที่แล้วเพื่อชิมไวน์ ออร์เนลลายา 2012 (Ornellaia 2012) วินเทจใหม่เอี่ยมอ่องที่เพิ่งเปิดตัวมีวางขายไม่กี่ประเทศ เขาเป็นหนึ่งในไวน์เมกเกอร์ยอดฝีมือคนหนึ่งของวงการไวน์โลก

Ornellaia เป็นไวน์ซูปเปอร์ ทัสกัน (Super Tuscan) หรือไวน์ที่ผลิตในสไตล์บอร์กโดซ์เบลนด์ คือใช้องุ่นสายพันธุ์แคลซสิคเป็นหลักมากกว่าองุ่นพื้นเมือง เจ้าของคือ บริษัท เตนูตา เดล ลอร์เนลลายา (Tenuta dell'Ornellaiaก่อตั้งโดย มาร์เคเซ โลโดวิโก อันติโนริ (Marchese Lodovico Antinori) ในปี 1981 ณ เมืองโบลเกรี (Bolgheri) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฟลอเรนซ์ (Florence)  เมืองหลวงของแคว้นทัสคานี ประมาณ 60 ไมล์ มีพื้นที่ปลูกองุ่น 99 เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ = 6 ไร่ 1 งาน) ปลูกองุ่นแดงสายพันธุ์แคลซสิคจากฝรั่งเศสล้วน ๆ คือกาแบร์เนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) และแมร์โลต์ (Merlot) 38 เฮกตาร์ ตามด้วยกาแบร์เนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) 12 เฮกตาร์ และเปติต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot) 7 เฮกตาร์ นอกนั้นก็มีองุ่นเขียวเล็กน้อย เช่น โซวีญยอง บลอง (Sauvignon Blanc),วิญอเยร์ (Viognier) และเปติต์ แมนเซง (Petit Manseng)

สาเหตุที่ปลูกองุ่นดังกล่าว เพราะ  Marchese Lodovico Antinori  ต้องการทำไวน์สไตล์บอร์กโดซ์ (Bordeaux Blend) และเล็งเห็นมาตลอดว่าดินและภูมิอากาศมีลักษณะใกล้เคียงกับบอร์กโดซ์มาก คือเป็นภูมิอากาศแบบ Maritime หรือ Temperate มีแสงแดดเจิดจ้า สลับกับลมเย็นจากหุบเขาที่จะพัดผ่านลงสู่ทะเลในเวลากลางคืน ขณะเดียวกันก็มีอบอุ่นจากทะเลพัดเข้าหาฝั่งในเวลากลางวัน ทำให้ตอนกลางคืนหนาวเย็น แต่กลางวันร้อนมาก ทำให้องุ่นมีความหนักแน่นของแอซสิด และน้ำตาลค่อนข้างสูง

Tenuta Dell'Ornellaia มีไร่องุ่น 2 แปลง ๆ แรกคือ Ornellaia  ซึ่งเป็นแปลงเก่าแก่ใช้ผลิต Ornellaia, Le Serre Nuove (ไวน์ฉลากสอง)และ Masseto ลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย แปลงที่ 2 ชื่อ Bellaria อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Bolgheri เป็นดินร่วนและกรวดหลากชนิด องุ่นจากแปลงนี้ใช้ทำ Ornellaia กับ Le Serre Nuove ทั้ง 2 ไร่ทำแบบโลว์ ยีลด์ (Low Yield) คือปลูกน้อย เน้นคุณภาพ

ออร์เนลลายา,โบลเกรี ดีโอซี,ซูเปริโอเร 2012 (Ornellaia,Bolgheri DOC,Superiore 2012) : วินเทจนี้ทำจาก Cabernet Sauvignon 56%,Merlot 27%,Cabernet Franc 10% และ Petit Verdot 7 % เก็บด้วยมือใส่ตระกร้าขนาด 15 กิโลกรัม เพื่อป้องกันไม่ให้ผลองุ่นช้ำ ก่อนจะบีบคั้นน้ำองุ่นก็จะเอาจุกก้านติดลูกองุ่นออกก่อนแล้วค่อย ๆ บีบ โดยองุ่นแต่ละพันธุ์และแต่ละแปลงจะแยกกันหมักในถังสแตนเลส 1 สัปดาห์ และหมักมาโลแลคติก (malolactic) ในถังบาริก ใหม่ 70 % อีก 30% เป็นโอคเก่าที่ใช้แล้วครั้งเดียว เก็บในเซลลาร์ 18 เดือน โดยหลังจาก 12 เดือนผ่านไปจะนำมาเบลนด์กัน จากนั้นนำไปบ่มในบาริกอีก 6 เดือน เมื่อบรรจุขวดแล้วบ่มต่อในขวดอีก 12 เดือน นี่คือกระบวนการคร่าวๆ ในการทำ  Ornellaia บางวินเทจอาจจะต่างกันไปบ้าง

Ornellaia 2012 สีแดงทับทิมเข้ม หอมกลิ่นผลไม้สุกห่าม ๆ เช่น แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี และพลัม ผสานกับสไปซีเฮิร์บ เช่น กรีน เปปเปอร์ จันทร์เทศ และกานพลู นอกจากนั้นยังมีไวโอเลต กาแฟคั่ว ชอกโกแลต มิเนอรัล แทนนินหนักแน่น โครงสร้างดีมาก จบยาวด้วยผลไม้และสไปซี ยังไม่เปิดตัวตนที่แท้จริง น่าจะอีกประมาณ 4-5 ปีจึงจะเริ่มดื่มได้บ้าง

นอกจากนั้นยังมีไวน์แดงในเครืออีก 1 ตัวและวินเทจเดียวกันมาให้ชิมคือ เลอ โวลเต,เดล ลอร์เนลลายา,ทอสกานา ไอจีที 2012 (Le Volte, Dell’Ornellaia,Toscana IGT  2012)… ทำจาก Merlot 50 % Sangiovese 30 % และ Cabernet Sauvignon 20 % แยกกันหมักในถังสแตนเลสขนาดเล็ก เพื่อรักษาคุณลักษณะขององุ่นแต่ละพันธุ์ไว้ให้มากที่สุด บ่ม 10 เดือนในถังบาริกเก่าอายุ 2-4 ปี เป็นถังที่ใช้บ่ม Ornellaia มาแล้ว

สีแดงแกมม่วงสดใส มีกลิ่นหอมผลไม้ห่าม ๆ  เช่น พลัม แบล็คเชอร์รี ราสพ์เบอร์รี และแบล็คเบอร์รี ชอกโกแลต กาแฟคั่ว และสไปซี แทนนินนุ่ม ๆ แอซสิดสดชื่น จบค่อนข้างยาว เป็นไวน์สไตล์ฟรุตตี้ดื่มง่าย ๆ แต่ได้อรรถรส ถ้าจะให้อร่อยควรรออีกประมาณ 2 -3 ปี ….90/100 คะแนน

Ornellaia,Bolgheri DOC,Superiore 2012