Get Adobe Flash player

“Luce” 2012 ฉลองครบรอบ 20 ปี โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

               ในแวดวงไวน์อิตาลีและระดับโลกชื่อของ “มาร์เคซี เดอ เฟรสโคบัลดี” (Marchesi De Frescobaldi) หรือ “เฟรสโคบัลดี” (Frescobaldi) รับประกันความผิดหวังด้วยประการทั้งปวง เริ่มทำไวน์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13

ครอบครัวเฟรสโคบัลดี จับมือกับโรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) เจ้าพ่อไวน์นาปา แวลลีย์ ตั้งบริษัท เตนูตา ลูเช เดลลา วิเต (Tenuta Luce della Vite) ผลิตไวน์รุ่นที่โด่งดังและรู้จักกันในนาม “3 ทหารเสือแห่งตำบลมอนตาลชิโน” (Comune di Montalcino) คือ ลูเช (Luce) ลูเซนเต (Lucente) และลูเช บรูเนลโล ดี มอนตาลชิโน (Luce Brunello di Montalcino)  

Tenuta Luce della Vite เกิดจากแนวคิดของ Robert Mondavi ชาวอเมริกันที่มีสายเลือดจากแคว้นมาเค (Mache) ในอิตาลี แต่ไปเกิดในรัฐมินเนโซตา (Minnesota) สหรัฐอเมริกา โดยเจ้าพ่อไวน์นาปา แวลลีย์ มีความฝันว่าอยากจะกลับไปทำไวน์คุณภาพบนแผ่นดินแม่  วันหนึ่งได้พบกับวิตตอริโอ เฟรสโคบัลดิ (Vittorio Frescobaldi) เจ้าของบริษัท Marchesi de Frescobaldi แห่งเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) แคว้นทัสกานี (Tuscany) เมื่อทุกอย่างลงตัวจึงจับมือกันตั้งบริษัท ดังกล่าวด้วยเงินลงทุน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ

 Tenuta Luce della Vite ถูกผลิตอย่างเป็นทางการวินเทจแรกคือ 1995 ไวน์พระเอกชื่อ “Luce” หมายถึง “ดวงไฟ” ขณะที่พระรองชื่อ“Lucente” หมายถึง “แสงสว่างจากดวงไฟ” คำว่า Luce มีที่มาจากเมื่อครั้งที่ Margrit Biever Mondavi เมียของ Robert Mondavi กำลังเดินทางไปยัง Comune di Montalcino ตามถนน Via San Spirito ในเมือง Florence เธอเหลือบไปเห็นพระอาทิตย์ดวงโต เปล่งประกายไฟแรงกล้า ลอยอยู่เหนือยอดตึก จึงเกิดความคิดว่าบริษัทใหม่น่าจะมีอะไรที่เหมือนกับพระอาทิตย์ เมื่อปรึกษากับโรเบิร์ตและหุ้นส่วนแล้ว ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่าต้องเป็นชื่อนี้ Tenuta Luce della Vite หมายถึง...ดวงไฟแห่งชีวิต จากนั้นจึงออกแบบให้คำว่า Luce อยู่ในวงกลมสีแดง ล้อมรอบด้วยประกายไฟ 12 แฉก โดยดวงไฟนี้นำมาจากฐานแท่นบูชาในโบสถ์ San Spirito ในเมือง Florence ซึ่งสร้างอยู่ในที่ดินของตระกูล Frescobaldi

 หลังจากทุกอย่างลงตัว Luce 1995 จึงเกิดขึ้นด้วยการเบลนด์จากองุ่น 2 พันธุ์คือแมร์โลต์ (Merlot) กับซานโจเวเซ (Sangiovese) ในอัตรา 50 - 50  เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 1998 วงการไวน์อิตาลีจึงต้องบันทึกไว้ว่า นับเป็นครั้งแรกใน Comune di Montalcino ที่มีการเบลนด์ไวน์จาก  Merlot และ Sangiovese เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเป็น Cabernet Sauvignon กับ Sangiovese

อย่างไรก็ตามอัตราส่วนดังกล่าวก็ไม่ได้ตายตัว เพราะผลผลิตขององุ่นขึ้นอยู่กับธรรมชาติเป็นสำคัญ  เช่นวินเทจ 1996 และ 2000 ใช้ Merlot และ Sangiovese ในอัตรา 40 - 60 ขณะที่วินเทจ 2002 ใน Merlot และ Sangiovese ในอัตรา 75 - 25 เพราะผลผลิต Sangiovese) ไม่ค่อยดี เป็นต้น

               วินเทจ 2004 เป็นวินเทจสุดท้ายที่ 2 ยักษ์ใหญ่ทำธุรกิจร่วมกัน โดยต้นปี 2005 Robert Mondavi ขายหุ้นครึ่งหนึ่งให้กับ Marchesi de' Frescobaldi ปีถัดมา บริษัท Tenuta Luce della Vite ถูกนำไปควบรวมกับบริษัท Tenuta di Toscana ในเครือของ Marchesi de' Frescobaldi นั่นเอง ขณะที่ Lamberto Frescobaldi ก้าวขึ้นเป็นประธานของบริษัท Marchesi de' Frescobaldi เมื่อปี 2013

               เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้พบกับ Lamberto Frescobaldi และชิมไวน์ Luce วินเทจ 2012 ฉลองครบรอบ 20 ปี

                ลูเช เดลลา วิเต ทอสกานา “ลูเช” 2012 (Luce della Vite Toscana “Luce” 2012)วินเทจฉลองครบรอบ 20 ปีนี้เก็บเกี่ยว Sangiovese 75 % ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน ส่วน Merlot 25 % เก็บสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม บ่มในโอคใหม่ 85 % อีก 15 % บ่มในโอคที่ใช้แล้ว 1 ครั้ง รวมระยะเวลาในการบ่ม 24 เดือน เพิ่งบรรจุขวดเมื่อเดือนมกราคมปีนี้เอง บรรจุขวด 5 ขนาดคือ Srandard 0.75 ลิตร,Magnum 1.5 ลิตร,Jeroboam หรือ Double Magnum 3 ลิตร,Mathusalem หรือ Mathusalah 6 ลิตร และ Melchior 18 ลิตร พร้อมฉลากสีทองอร่าม และตัวเอง 20 รอบขวดด้านล่าง

Lamberto Frescobaldi บอกว่าวินเทจ 2012 นี้เป็นไวน์สไตล์ “Elegance,Force,Aromatic and Complexity” สีแดงเข้มจนเกือบดำ หอมกลิ่นผลไม้สุกห่ามๆ เช่น แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ พลัม และเชอร์รีกรุ่น ๆ สไปซีเฮิร์บกานพลู และแบล็ค เปปเปอร์ นอกจากนั้นยังมีมิเนอรัล บาซามิก ลิคเคอร์ ไวโอเลต ควันไฟกรุ่น ๆ แอซสิดค่อนข้างสูง แทนนินหนักแน่นและเริ่มจะสุก จบด้วยผลไม้และสไปซี ยังไม่เปิดตัวนัก น่าจะเริ่มดื่มได้ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า

นั่นคือ Luce วินเทจ 2012 ฉลองครบรอบ 20 ปี และเพิ่งเริ่มให้ชาวโลกได้ลิ้มรสในปี 2015 หมาด ๆ นี่เอง