Get Adobe Flash player

“พอร์ต” วัฒนธรรมแห่งโปรตุเกส โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:


โปรตุเกส ไวน์ (Portuguese Wine) เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของวัฒนธรรมโลกยุคโบราณ ที่ ผ่านการสร้างสมประสบการณ์และถ่ายทอดโดยอดีตชาติที่เคยทรงอิทธิพลอย่าง  Phoenicians,Carthaginians,Greeks และ Romans เป็นต้น  ซึ่งในแวดวงไวน์ต้องกล่าวถึง

โปรตุเกส เป็นชาวตะวันตกชาติแรกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย เผยแพร่ศาสนา ช่วยราชการและเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2054 ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 โดยอัลฟองชู ดี อัลบูแคร์ก (Alfonso de Albuquerque) อุปราชโปรตุเกสประจำภาคอินเดียตะวันออก ได้ส่งฑูตคนแรก คือ ดูอาร์ตี ฟีนานเดช (Duarte Fernandes) เข้ามายังกรุงศรีอยุธยา เพื่อศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี รวมทั้งสำรวจด้านการค้ากับกรุงศรีอยุธยา

พ.ศ. 2087 (1544) Antonio de Paiva ชาวโปรตุเกส ได้เดินทางเข้ามากรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระชัยราชาธิราช และมีโอกาสได้เข้าเฝ้าและสนทนาเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนากับพระองค์ จนเลื่อมใส และพระองค์ทรงประกอบพิธี Baptise ได้รับพระราชทินนามเป็นภาษาโปรตุเกสว่า Dom Joao ทรงพระราชทานที่ดินให้เป็นที่อยู่อาศัย และสร้างโบสถ์เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาขึ้นที่บริเวณหมู่บ้านโปรตุเกส และกงสุลตะวันตกชาติแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาตั้งในกรุงเทพฯตั้งแต่รัชกาลที่ 2 คือโปรตุเกสนี่เอง

สำหรับคอไวน์ทั่วโลกถ้าพูดถึงโปรตุเกสจะนึกถึง 2  อย่าง ๆ แรกคือฟอติไฟด์ (Fortified Wine) ไวน์ชื่อดัง พอร์ต (Port) และมาเดียรา (Madeira) อีกอย่างคือไวน์โรเซขวดแบน ๆ ยี่ห้อมาตุส (Mateus) ซึ่งเคยขายดิบขายดีในเมืองไทยในยุค 60-70 คนอายุเลข 5 นำหน้าขึ้นไปจะรู้กันดี ปัจจุบันก็มีขายอยู่ พร้อมกับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของขวดและฉลากให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

จริงๆ แล้วโปรตุเกสเป็นชาติที่มีเขตควบคุมคุณภาพไวน์เก่าแก่ที่สุดในโลกคือ Douro Valley และมีเขตผลิตไวน์ 2 เขตที่ได้รับการประกาศจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกคือ Douro Valley (Douro Vinhateiro)  และ Pico Island (Ilha do Pico Vinhateira)

สำหรับ พอร์ต (Port) เป็นฟอร์ติไฟด์ ไวน์ ที่มีรสชาติเข้มข้นเต็มปาก กระเดียดไปทางหวาน เนื่องจากตอนที่เขาเติมบรั่นดีผสมลงไปนั้น น้ำเหล้าองุ่นหมักกำลังมีรสหวานอยู่เต็มที่ มีดีกรีประมาณ 7 % แต่เมื่อได้บรั่นดีเข้าไปผสม ฟอร์ติไฟด์ไวน์ดีกรีจะแรงขึ้นถึง 20 %  บางชนิดอาจจะถึง 25 %

                ชื่อเต็ม ๆ ของพอร์ตคือ “โอพอร์โต” (Oporto) เป็นชื่อเมืองท่าของโปรตุเกสทางตะวันตก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก เหล้าพอร์ตที่ผลิตได้จากเขต ดอโร (Douro) จะถูกส่งมาพักที่เมืองท่าโอพอร์โต จากนั้นค่อยบรรจุขวดส่งไปขายทั่วโลกเป็นสินค้าออกสำคัญของโปรตุเกส

                “พอร์ต” แบ่งเป็น 5 ชนิดใหญ่ ๆ และมีอยู่ 2 คือพอร์ตขาวกับพอร์ตแดง แต่ถ้าพูดถึงพอร์ตเฉย ๆ เราจะหมายถึงพอร์ตแดง

                1.รูบี พอร์ต (Ruby Port) สีแดงอมม่วงเข้ม ราคาไม่แพงนัก บ่มในถังไม้ประมาณ 3 ปี จึงค่อยนำไปบรรจุขวดขาย คนซื้อมาแล้วก็เปิดจุกดื่มได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเก็บบ่ม รสชาติหนักแน่นลิ้นหวานนิด ๆ นิยมดื่มก่อนหรือหลังอาหาร

                2.วินเทจ คาแลคเตอร์ พอร์ต หรือรีเสิร์ฟ พอร์ต  (Vintage Character Port หรือ Reserve Port) ผลิตจากการปรุงผสมของเหล้าองุ่นที่เก็บเกี่ยวได้ดีตามปีต่าง ๆ แล้วบ่มในถังไม้ 4 - 5 ปี รสหวาน ดีกรีแรง และหอมจรุงจมูก

                3.เลต บอทเทิล วินเทจ พอร์ต (Late Bottled Vintage Port) ลักษณะคล้ายข้อ 2  แต่ต่างกันตรงที่การปรุงจะต้องมาจากเหล้าที่เก็บเกี่ยวได้แต่ละปีในปีเดียวกันเท่านั้น แล้วบ่มในถังไม้ 4 - 6 ปีเป็นอย่างต่ำ ตามกฎหมายควบคุมของโปรตุเกส

                4.วินเทจ พอร์ต (Vintage Port)  เป็นฟอร์ติไฟด์ไวน์ของโปรตุเกสที่ราคาแพงที่สุด เด่นที่สุดในบรรดาพอร์ตด้วยกัน เนื่องจากผลองุ่นที่เก็บเกี่ยวได้ของแต่ละปี จะต้องมีคุณภาพครบถ้วน ได้มาตรฐานการควบคุมของรัฐบาล เป็นปีที่ปลูกองุ่นได้ผลดีที่สุดตามสภาพดิน ลม ฝน และแสงแดด วินเทจพอร์ตจะต้องมาจากไร่องุ่นแห่งใดแห่งหนึ่งเท่านั้น และจะต้องผลิตมาจากฤดูเก็บเกี่ยวเฉพาะปีนั้น ๆ อีกด้วย

                ตามกฎหมายควบคุม “Vintage Port” จะต้องบ่มในถังไม้อย่างน้อย 22 - 32 เดือน จากนั้นจึงบ่มในขวดอีก 10 หรือ 20 ปี วินเทจ พอร์ต จะต้องมีปี ค.ศ.กำกับที่ป้ายฉลาก ซึ่งหมายถึงฤดูเก็บเกี่ยวของแต่ละปี หรือบางปีที่ได้ผลดีเยี่ยม คือแดดดี ฝนตกในปริมาณที่องุ่นต้องการ รวมทั้งดินที่ปลูกก็ดีเยี่ยม และควรจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปี จึงจะเปิดขวดดื่มได้

5.ทอว์นี พอร์ต (Tawny Port) เป็นพอร์ตสีแดงอมน้ำตาล บ่มอยู่ในถังไม้ประมาณ 10 ปี หรืออาจจะถึง 20 ปี เวลาซื้อต้องดูที่ฉลากข้างขวดเขาจะเขียนว่า “Tawny Port Aged 10 Years ” หรือ “Tawny Port Aged 20 Years” ส่วนใหญ่รสชาติจะดราย (Dry) หรือไม่หวาน หรืออาจจะ Medium Dry หวานิด ๆ แต่ที่เหมือนกันคือรสชาติที่เข้มข้น ดีกรีแรง หอมเตะจมูก ใช้ดื่มก่อนอาหารเรียกน้ำย่อย อาจจะแช่ให้เย็นเฉียบหรือดื่มแบบ “ออน เดอะ ร็อก” ก็ได้

"Port " เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่สูบซิการ์ แต่ถ้าไม่สูบอาจจะดื่มเรียกน้ำย่อย หลังอาหาร ดื่มกับผลไม้ และขนมหวานไทย ๆ แต่ถ้าได้ตาร์ตไข่ (Egg Tart) ของโปรตุเกสยิ่งแจ๋ว