Get Adobe Flash player

ประชัน “ไวน์ฝั่งขวา” 2 ชาโตดัง 4 วินเทจ โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

ปอเมอโฮรล (Pomerol) และ แซง-เตมิยอง (Saint-Emilion) เป็นเขตผลิตไวน์ที่เรียกว่าฝั่งขวา (Right Bank) เนื่องจากตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำดอร์ดอญ สายเลือดใหญ่ของการผลิตไวน์บอร์กโดซ์ มีความเหมือนกันอยู่หลายอย่าง เช่น เป็นเขตผลิตไวน์ขนาดเล็กกระเปี๊ยกของเมืองบอร์กโดซ์ และผลิตไวน์จากองุ่นพันธุ์แมร์โลต์ (Merlot) เป็นตัวหลัก เป็นต้น

เมื่อเทียบกันแล้ว Pomerol เป็นดินแดนเล็กที่สุดของบอร์กโดซ์ และไม่มีกรูส์ (Crus) ใด ๆ รับรอง แต่เป็นแผ่นดินเกิดของไวน์แดงราคาแพงอันดับต้น ๆ ของโลกคือ ชาโต เปตรุส (Château Pétrus) ขณะที่ Saint-Emilion เป็นเขตผลิตไวน์เก่าแก่ที่สุดของบอร์กโดซ์  และผลิตไวน์ได้รสชาติยิ่งใหญ่ไม่แพ้เมด็อก ปอเมอโรล และกราฟ ที่สำคัญมีการจัดเกรดไวน์ของตัวเองเรียกว่า แซง – เตมิญอง คลาสสิฟิเคชั่น (Saint-Emilion Classification) ที่มีการปรับเกดทุก ๆ 10 ปี ล่าสุดสดๆ ร้อน ๆ คือปี 2012

เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้ชิมไวน์ฝั่งขวา 2 ยี่ห้อ ชาโตคือ ลา กองซายลองต์ (Château La Conseillante) 2 วินเทจยอดเยี่ยม 2001 และ 2009 ประชันกับ โคลส์ โฟร์เตต์ (Clos Fourtet)  2 วินเทจ 2000 และ 2005 ซึ่งเป็นวินเทจยอดเยี่ยมเช่นกัน 

ชาโต ลา กองซายลองต์ (Château La Conseillante) เดิมชื่อ Château Conseillante เป็นที่ปรากฏในโลกของไวน์ในช่วงกลาง ๆ ศตวรรษที่ 18ชื่อเสียงเรียงนามมาจากMrs. Catherine Conseillan ผู้ครอบครองชาโตแห่งนี้มากว่า 300 ปีก่อนจะถึงวันนี้ นับเป็นชาโตไวน์ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในบอร์กโดซ์

ตระกูล นิโคลัส (Nicolas' family) นำโดย Louis Nicolas เข้ามาเป็นเจ้าของกิจการคนใหม่ ปี 1871 ก่อนฟีลล็อกเซลา (Phylloxera) ระบาดทำลายองุ่นในยุโรปจนราบเรียบ และเก็บทุกอย่างเดิม ๆ เอาไว้ ปัจจุบันทายาทรุ่นที่ 5 เป็นผู้ดูแลกิจการ ประกอบด้วย D. Bertrand Nicolas และ Jean-Valmy Nicolas เป็นผู้จัดการ Jean-Michel Laporte เป็นผู้อำนวยการ พร้อมฉลากที่เป็นตัวอักษร LN ภายในโล่ล้อมรอบด้วยดอกไวโอเลตที่สะท้อนถึงคุณลักษณะและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไวน์

                Château La Conseillante เป็นไวน์ในเอโอซี ปอเมอโฮรล (Appellation Pomerol) ตำบลเล็ก ๆ ในดีพาร์ตเมนต์ ฌีฮรองด์ (Gironde Department) โดยอยู่ชายขอบด้านตะวันออกของ Pomerol มีเพื่อนบ้านเป็นชาโตดัง ๆ ทางทิศตะวันตกอย่าง ชาโต เปติต์-วิลลาจ (Château Petit-Village) ชาโต วีเออซ์ แซร์แตง (Vieux Château Certan) และชาโต เลอวองฌีล (Château L'Évangile) ขณะที่ทางตะวันออกติดกับชาโต เชอวาล บลัง (Château Cheval Blanc) 1ใน 4 แซง-เตมิลยอง กรองด์ กรู กรุ๊ป เอ (Saint-Émilion Grand Cru Group A) ในหมู่บ้าน (Saint-Émilion)  

ปัจจุบัน Château La Conseillante มีพื้นที่ 12 เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ = 6 ไร่ 1 งาน) ปลูกองุ่น Merlot 80 % และกาแบร์เนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) 20 % เพื่อผลิต Château La Conseillante ปีละประมาณ 4,000 หีบ และไวน์ฉลากสองชื่อ Duo de Conseillante ประมาณ 1,000 หีบ

                 Clos Fourtet เดิมชื่อ Château Clos Fourtet ศักดิ์ศรีก็ไม่ได้เป็นรอง Château La Conseillante ทำจากองุ่น Merlot เป็นหลักเหมือนกัน แต่ Clos Fourtet อาจจะดูดีกว่าในสายตาท่านผู้ชม เพราะมีชื่อชั้นรับรองฐานะเป็น 1 ใน 14 Saint-Émilion Grand Cru Group Bเดิมชื่อ Chateau Clos Fourtet ซึ่งมาจากคำโบราณ Camfourtet ก่อตั้งโดย Léon Rulleau ในศตวรรษที่ 18 เป็นชาโตที่มีความผูกพันกับ  Saint-Émilion อย่างมาก จากสมัยยุคกลางเคยใช้เป็นที่สร้างป้อมปราการเพื่อป้องกันผู้รุกรานภายใต้ชื่อ Camfourtet ก่อนจะผันผวนเป็น Camp Fort

Léon Rulleau มอบภาระการดำเนินกิจการให้ลูกชาย Elie Rulleau ซึ่งเป็นผู้ก่อร่างสร้างชาโตอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ในปี 1789 ชาโตนี้มีมูลค่าประมาณ 100,000 livres ซึ่งถือว่าสูงมาก ปี 1868 จึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็น Clos Fourtet หลังจากนั้นกลายเป็นสมบัติผลัดกันชม ปัจจุบันเจ้าของคือ Philippe Cuvelier นักธุรกิจชาวปารีส ซื้อมาในปี 2008 นอกจากนั้นยังเป็นเจ้าของ Château Poujeaux ในเขต Moulis-en-Médoc ซึ่งเป็น 1 ใน 9 Cru Bourgeois Exceptionnels ด้วย

                ปัจจุบัน Clos Fourtet มีพื้นที่ 19 เฮกตาร์ ปลูกองุ่น Merlot 85% Cabernet Sauvignon 10% และ Cabernet Franc 5% ผลผลิตปีละประมาณ 5,000 หีบ และไวน์ฉลากสอง Closerie de Fourtet ประมาณ 2,500 หีบ

ชาโต ลา กองซายลองต์,ปอเมอโรล 2001 (Château La Conseillante ,Pomerol 2001) : หนึ่งในไวน์อร่อยของฝั่งขวา (Right Bank) ตัวนี้ทำจากแมร์โลต์ ( Merlot) 80% และกาแบร์เนต์ ฟรัง (Cabernet Franc) 20% ....สีแดงเข้ม ขอบบราวน์แกมส้มนิด ๆ หอมกลิ่นอบอวลของผลไม้สุก ๆ เช่น แบล็คเชอร์รี พลัม ราสพ์เบอร์รี และแบล็คเบอร์รี นอกนั้นยังมี แคสซิส ชอกโกแลต ทรัฟเฟิล ดอกไม้ ยาสูบ ใบชา ดิน กรีนเปปเปอร์ สไปซี แอซสิดยังดี แทนนินนุ่มเนียนราวกำมะหยี่ มิเดียมบอดี้ จบยาวนานด้วยผลไม้สุก อยู่ในช่วงที่กำลังสุกและดื่มอร่อย.....94 / 100 คะแนน

ชาโต ลา กองซายลองต์,ปอเมอโรล 2009 (Château La Conseillante ,Pomerol 2009) : หนึ่งในไวน์อร่อยของฝั่งขวา (Right Bank) ทำจากแมร์โลต์ (Merlot) 81 % กาแบร์เนต์ ฟรัง (Cabernet Franc) 19% สูตรเดียวกับวินเทจ 2005 และ 2000 ซึ่งเป็นวินเทจยอดเยี่ยมเช่นกัน ไวน์เมกเกอร์บอกว่าวินเทจ 2009 คือตัวจริงเสียงจริงของ Conseillante (a real Conseillante)

สีแดงเข้มขอบติดม่วงนิด ๆ มีกลิ่นหอมของพลัมโดดเด่นมาก ตามด้วยแบล็คเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี และมัลเบอร์รี ที่แปลกคือมีดอกไม้สด โอค ทรัฟเฟิล ยูคาลิปตัส ชอกโกแลต สไปซี ยี่หร่า ชะเอมเทศ แทนนินนุ่มเนียน แอซสิดดีเยี่ยมรองรับและส่งเสริมผลไม้ได้ดีมาก จบยาวนานด้วยแบล็ค เชอร์รี และชะเอมเทศ ยังไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงเต็มที่นัก แต่ก็สามารถดื่มได้ตอนนี้ ถ้าจะให้ดีนอนผึ่งพุงร้องเพลงรออีกสัก 5-6 ปี....97/100 คะแนน

โคลส์ โฟร์เตต์,แซง-เตมิยอง 2005 (Clos Fourtet,Saint-Emilion 2005) : หนึ่งในไวน์ดีของฝั่งขวา (Right Bank) เป็น 1 ใน 14 Saint-Émilion Grand Cru Group B เป็นอีกหนึ่งวินเทจที่ยอดเยี่ยม และเป็นที่กล่าวขานของคอไวน์ทั่วโลก..….สีแดงเข้ม หอมกลิ่นผลไม้เปลือกดำสุก เช่น พลัม แบล็คเบอร์รี และแบล็คเคอร์แรนท์ นอกนั้นยังมี โอค หนังสัตว์ เมล็ดกาแฟ ชอกโกแลต สไปซี ชะเอมเทศ ดินและหินเปียก ๆ รวมทั้งกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่น แทนนินยังหนักแน่นแต่เริ่มนุ่มเนียนมีหอมหวานเล็กน้อย ฟูลบอดี้ โครงสร้างยอดเยี่ยม จบยาวด้วยพลัมและพรุนสุก ๆ หอมหวานฉ่ำและสไปซี่นิด ๆ ........96/100 คะแนน

โคลส์ โฟร์เตต์,แซง-เตมิยอง 2000 (Clos Fourtet,Saint-Emilion 2000) : เป็น 1 ใน 14 Saint-Émilion Grand Cru Group B  วินเทจนี้ทำจากแมร์โลต์ (Merlot) 90 % กาแบร์เนต์ ฟรัง (Cabernet Franc) 10% และเป็นหนึ่งในวินเทจยอดเยี่ยมของ Clos Fourtet  ซึ่งผู้เชี่ยวชาญไวน์ระดับจมูกมดเรียกพี่บอกว่าเมื่อเทียบกับวินเทจ 2005 และ 2009 เมียก็รัก น้องเมียก็เอ็นดู

สีแดงเข้มจนเกือบดำ หอมกลิ่นผลไม้เปลือกดำอบอวล เช่น โดยเฉพาะพลัม แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ บลูเบอร์รี และแบล็คเชอร์รี นอกนั้นก็มีครีม เดอ คลาสซิส ทาร์ ทรัฟเฟิล โกโก ชอกโกแลต เมล็ดกาแฟ ยาสูบ มิเนอรัล สไปซี ชะเอมเทศ วานิลลา บอดี้หนักแน่น แทนนินหนักแน่นแต่เริ่มนุ่มเนียน แอซสิดสมดุลกับน้ำเนื้อและผลไม้ จบอ้อยอิ่งยาวนานด้วยเฮิร์บหอมซาบซ่านและผลไม้สุก......95/100 คะแนน