Get Adobe Flash player

“ปาสกูอา ปาสสิเมนโต” ไวน์จากบ้านโรเมโอ-จูเลียต โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

                “โรเมโอกับจูเลียต” (Romeo and Juliet) ถือเป็นสีสันสำคัญอย่างยิ่งยวดของเวโรนา (Verona) บางคนบอกว่าถ้าไปแล้วไม่ได้ไปเยี่ยมชมบ้านจูเลียต คงจะคุยไม่ได้เต็มปากนักว่าถึง Verona แล้ว

เวโรนา (Verona) อยู่ในแคว้นเวเนโต (Veneto) ทางอีสานของอิตาลี มีเวนิซ (Venice)หรือเวเนเซีย (Venezia) เป็นเมืองหลวง มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 8 ของอิตาลี เป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยเหตุที่มีความสำคัญทางศิลปะและวัฒนธรรม เป็นเมืองใหญ่และสำคัญเป็นอันดับ 2 ของแคว้นรองจากเวนิซ เป็นเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ประกาศให้ Verona เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี 2000

ในด้านของการผลิตไวน์ “แคว้นเวเนโต” (Veneto) ไม่เป็นรองใคร ไม่ว่าจะเป็นเปียดมอนต์ และทัสกานี ฯลฯ ที่สำคัญก็คือเวเนโตเป็นเขตผลิตไวน์ขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศ มีชื่อเสียงทั้งไวน์ขาวและไวน์แดง โดยเฉพาะไวน์แดง 3 ประสานที่ยิ่งใหญ่คือ วัลโปลิเชลลา (Valpolicella) อมาโรเน (Amarone) และบาร์โดลิโน (Bardolino) ทั้งหมดนี้ผลิตในเขตที่ติดทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea)  ขณะที่ไวน์ขาวรสละเมียด โซอาเว (Soave) ทำจากองุ่นการ์กาเนกา (Garganega) ซึ่งปลูกในเขตที่ติดกับเชิงเขาแอลป์ เป็นต้น

อย่างที่บอก Veneto  นั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ เพราะมีเขตผลิตไวน์ระดับสูงสุดคือ DOCG หรือเดโนมินาซิโอเน ดิ ออริจิเน กอนโตรลาตา อี การันติตา (Denominazione di Origine Controllata e Garantita) ถึง 14 แห่ง ที่ดัง ๆ เช่น  Amarone della Valpolicella / Soave Seperiore / Bardolino Seperiore และ Conegliano Valdobbiadene - Prosecco เป็นต้น นอกจากนั้นยังมี 27 DOC หรือ เดโนมินาซิโอเน ดิ ออริฌิเน กอนโตรลาตา (Denominazione di Origine Controllata) ที่บ้านเราคุ้นกันดี เช่น Soave / Prosecco / Bardolino / Valpolicella / Valpolicella Ripasso เป็นต้น  มีพื้นที่ปลูกองุ่นประมาณ  90,000 เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ = 6 ไร่ 1 งาน) ในจำนวนนี้ 35,400 เฮกตาร์อยู่ในพื้นที่ DOC ผลผลิตรวมปีละ 8,500,000 เฮกโตลิตร ในจำนวนนี้ 55 % เป็นไวน์ขาวในพื้นที่ DOC Veneto

หนึ่งในไวน์ที่เก่าแก่และสร้างชื่อเสียงให้กับเวโรนา ต้องมีชื่อของ “ปาสกูอา” (Pasqua) อยู่ในสารบบด้วยอย่างแน่นอน ก่อตั้งในปี 1925 โดยพี่น้องตระกูล “Pasqua” ภายใต้ชื่อ Pasqua Vigneti e Cantine ขณะที่การเติบโตเริ่มขยับมาตั้งแต่ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นต้นมาจากการนำของ 3 พี่น้องการ์โล (Carlo),จอร์โจ (Giorgio) และอุมแบร์โต (Umberto) เป็นรุ่นที่บุกเบิกตลาดต่างประเทศไปยังยุโรป อเมริกา และอื่น ๆ  หลังจากนั้นจึงมีการพัฒนาและวิจัย ทางด้านการปลูกองุ่น พันธุ์องุ่น และกิ่งพันธุ์องุ่น เป็นต้นทุกวันนี้พวกเขาก็ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัท

ปัจจุบัน Pasqua บริหารงานโดยทายาทรุ่นที่ 3 นำโดยริคคาร์โด ปาสกูอา (Riccardo Pasqua) ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นผู้เปิดตลาดไวน์ของครอบครัวจนโด่งดังในสหรัฐ ในฐานะอดีตนักเรียนเก่าอเมริกา พร้อมสายการผลิตไวน์หลากหลายรุ่น หลายพันธุ์องุ่น และมีทั้งเกรด DOC,DOCG และ IGT มีไวน์ 2 ตัวที่ผมได้ชิมเมื่อเร็ว ๆ นี้พร้อมริคคาร์โดอยากแนะนำให้ชิมกัน

ฟามิญเลีย ปาสกูอา โปรเซกโก เทรวิโซ ดีโอซี บรุต เอ็นวี (Famiglia Pasqua Prosecco Treviso DOC Brut NV) เป็นโปรเซกโกสไตล์ดื่มง่าย ๆ ไร้วินเทจ (Non Vintage = NV) แต่รสชาติไม่แพ้พวกที่มีวินเทจ สีเหลืองทองอ่อน ๆ คล้ายฟางแห้ง มีเขียวแซมนิด ๆ หอมกลิ่นผลไม้ กูสเบอร์รี ผักสด หญ้าสด แอซสิดกำลังดีดื่มแล้วสดชื่น เป็นไวน์ที่เหมาะสำหรับดื่มเรียกน้ำย่อยหรือดื่มกับสลัดเบา ๆ

ฟามิญเลีย ปาสกูอา”ปาสสิเมนโต” เวเนโต ไอจีที 2013 (Famiglia Pasqua “Passimento” Veneto IGT 2013) : ทำจากแมร์โลต์ (Merlot) 40%,คอร์วินา (Corvina) 30% และครออาตินา (Croatina) 30% ชื่อของรุ่น “Pasimento” เอามาจากคำว่า “Appassiment” ซึ่งเป็นกรรมวิธีการผลิตไวน์แดงดีกรีแรงแบบดั้งเดิมของชาว Valpolicella ที่ใช้ทำไวน์อมาโรเนนั่นเอง วิธีทำหลัก ๆ ก็คือนำองุ่นไปผึ่งลมก่อนนำมาบีบน้ำองุ่นเพื่อหมักทำไวน์ การผึ่งลมดังกล่าว 1 เดือนจะทำให้น้ำองุ่นหายไปประมาณ 30 %

ฉลากวินเทจนี้ทำพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปีของบริษัท โดยนำรูปมาจากข้อความที่นักท่องเที่ยวเขียนระลึกถึงความรักของ “โรเมโอกับจูเลียต” นักท่องเที่ยวจะเขียนข้อความที่ริมผนังทางเดินเข้าบ้านจูเลียตมากมายก่ายกองประมาณวันละ 3,000 ข้อความ จนเจ้าหน้าที่ต้องลบแทบทุกวัน  

                สีแดงเข้มสดใสคล้าย ๆ ทับทิม กลิ่นหอมผลไม้สุกแกมฝาดนิด ๆ เช่น แบล็คเบอร์รี แครนเบอร์รี พลัม และแบล็คเชอร์รี สไปซี หนังสัตว์ ควันไฟ แยมผลไม้ ขนมทาร์ท แทนนินสุกหอมหวานแกมขม จบยาวด้วยผลไม้สุกและแทนนินฝาด ๆ ขม ๆ เล็กน้อยตามคุณลักษณะของไวน์ประเภทนี้ สามารถดื่มตอนนี้ก็ได้ อีกสัก 2-3 ปียิ่งอร่อย แนะนำให้เปิดล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมงและถ้าดีแคนต์ด้วยจะดีมาก......91/100 คะแนน