Get Adobe Flash player

“Bollinger” ตำนานแห่งเจมส์ บอนด์ โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

''Champagne is a wine that is enjoyed by both women and men … History shows us that notable figures such as Napoleon, Winston Churchill and Oscar Wilde all enjoyed champagne. And let's not forget the most masculine figure of them all, James Bond''  เจ้าของ Bollinger กล่าวว่าไปเช่นนั้น

หนึ่งในจำนวนเอกลักษณ์ของเจมส์ บอนด์ (James Bond) ยอดสายลับ คือเครื่องดื่มประจำตัวของเขาอย่างแรก มาร์ตินี อีกอย่างหนึ่งแชมเปญยี่ห้อโบลลิงเฌ (Bollinger) ซึ่งกลายเป็นตำนานคู่กันมาตั้งแต่นวนิยายตอน Diamonds are Forever  ปี 1956 ก่อนจะมาเป็นหนัง James Bond ตอนที่ 7 ในปี 1971 นำแสดงโดยฌอน คอนเนอรี หลังจากนั้นสายลับรหัส 007 ต้องจิบ Bollinger ทุกตอน

ปี 1973 James Bond ตอน Live and Let Die นำแสดงโดย Roger Moore ซึ่งเป็นพระเอกที่รับบท James Bond มากที่สุด (7 ตอน) สั่งแชมเปญ Bollinger 1 ขวดหลังจากเข้าพักในโรงแรม / ปี 1985 ตอน A View to a Kill พระเอก Roger Moore ได้รับการเสิร์ฟ Bollinger รุ่นสุดยอดคือวินเทจ 1975 ในร้านอาหารบนหอไอเฟล / ปี 2002 ตอน Die Another Day นำแสดงโดย Pierce Brosnan สั่ง Bollinger 1 ขวดทันทีที่เสร็จสิ้นภารกิจจากเกาหลีเหนือ / ปี 2006 ตอน Casino Royale เจมส์ บอนด์ที่นำแสดงโดย Daniel Craig สั่ง Bollinger และตอน Golden Eye ก็มีขวด Bollinger อยู่รถที่ไล่ล่ากัน เป็นต้น

มาถึงเรื่อง Skyfall ซึ่งเป็นภาคที่ 23 (ไม่รวมภาพยนตร์ที่ไม่ใช่ของอีโอเอ็น โปรดักชันส์ อีก 3 ตอน) แดเนียล เคร็ก รับบทเจมส์ บอนด์ เป็นครั้งที่ 3 และเป็นคนที่ 6 Bollinger ได้ทำแชมเปญรุ่นพิเศษในกล่องที่ต้องป้อนรหัส 007 ซึ่งผลิตในฐานะครบรอบ 50 ปี James Bond ประมาณ 20,000 ขวดภายใต้ชื่อBollinger La Grande Année 2002  ถูกบรรจุอยู่ในกล่องพิเศษรหัส 007 ของเจมส์ บอนด์

ตัวเลข 007 หมายถึงรหัสลับประจำตัวที่ใช้เรียกแทนตัวเขาในฐานะของสายลับคนหนึ่ง โดยเลข 00 ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แจ้งให้ทราบว่า ตัวเขาเป็นสายลับที่ได้รับอนุญาตให้สังหารชีวิตผู้อื่นได้โดยไม่ผิดกฎหมาย มีนักวิเคราะห์บางคนแสดงทัศนะว่า เฟลมมิงน่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากสายลับชาวอังกฤษคนหนึ่งในช่วงศตวรรษที่ 16 ที่ได้ส่งสารลับมาถึงสมเด็จพระบรมราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 ด้วยรหัส 00 ซึ่งมีความหมายว่า "สำหรับพระเนตรของพระองค์เท่านั้น" (For Your Eyes Only)

เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้ชิมBollinger La Grande Année 2002 อีกครั้งในรอบ 1 ปี ขอนำมาเล่าสู่กันฟังอีกสักครั้ง ทำจากจาก Pinot Noir 60% และ Chardonnay 40%  จากไร่ในเขต Crus 23 เขต ที่เหลืออีก  71% มาจากพื้นที่ Grand Crus หมักในถังสแตนเลสล้วน ๆ  ก่อนจะถ่ายไปบ่มในถังโอค...สีทองสดใสเหลืองอร่าม หอมกลิ่นยีสต์ ขนมปังปิ้ง ดอกไม้ มิเนอรัล สไปซี เฮิร์บสด ๆ พีช เลมอน แอซสิดยอดเยี่ยมดื่มแล้วสดชื่นเหมือนยืนอยู่กลางเรือสำราญของเจมส์ บอนด์ พรายฟองละเอียดยิบ พลิ้วราวใยไหม เป็นหนึ่งในแชมเปญที่ต้องดื่มก่อนชีวิต...เพื่อ Tomorrow Never Dies…

James Bond เป็นตำนานของหนังชุด ขณะที่ Bollinger ก็เป็นตำนานของแชมเปญ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1829 ในเมือง Ay แคว้นแชมเปญ (Champagne) ประเทศฝรั่งเศส โดย 3 หนุ่ม Hennequin de Villermont, Paul Renaudin และ Jacques Bollinger นับเป็นหนึ่งในผู้ผลิตแชมเปญ (Champagne House) ไม่กี่รายที่ยังดำเนินกิจการโดยครอบครัวมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากที่ผ่านมาหลายแห่งเปลี่ยนเจ้าของทั้งที่เป็นคนฝรั่งเศสและต่างชาติ

ด้วยคุณภาพที่ดูแลอย่างดีเยี่ยม ทำให้ได้รับการรับรองจากราชสำนักอังกฤษ ให้ใช้เป็นแชมเปญประจำราชสำนักในปี 1884 สมัย Queen Victoria นับแต่นั้นมาคนอังกฤษก็เห่อแชมเปญยี่ห้อนี้ กิจกรรมต่าง ๆ มักจะมี Bollinger เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย รวมทั้งหนัง James Bond ดังกล่าว ขณะที่คนอังกฤษเรียก Bollinger ว่า "Bolly"

ปัจจุบัน Bollinger มีพื้นที่ปลูกองุ่น 150 เฮกตาร์ ในจำนวนนี้ 85 % อยู่ในพื้นที่กรองด์ ครูส์  (Grand Crus) และเปรอะมิเยร์ ครูส์ (Premier Crus) ผลิตแชมเปญหลากหลายรุ่น เช่น วินเทจ แชมเปญ (Vintage Champagne) รุ่น Vieille Vignes Françaises, Grand Année และ R.D. ส่วนนอน วินเทจ (Non Vintage) เช่น Special Cuvée ข้อมูลของแต่ละรุ่นมีดังนี้

Special Cuvée (non-vintage = NV): เป็นรุ่นสูตรพิเศษของ Bollinger ทำจากองุ่น ปิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir) 60%, ชาร์โดห์เนย์ (Chardonnay) 25% และปิโนต์ มูนิเยร์ (Pinot Meunier) 15% เป็นองุ่นจากปีดี ๆ ประมาณ 90 % ที่เหลือ 10 % เป็นน้ำไวน์ปีดี ๆ ที่บ่มเอาไว้ประมาณ 15 ปี

Grand Année (vintage): เป็นรุ่นที่เมื่อ Bollinger พิสูจน์แล้วว่าปีนั้นผลผลิตขององุ่นดีเยี่ยมจริง ๆ จึงจะผลิต ดังความหมายของคำว่า Grand Année คือ "great vintage" มีทั้งธรรมดาและโรเซ่ ทำจาก Pinot Noir) 65% และ Chardonnay 35% หมักพร้อมกากยีสต์ถึง 5 ปี ก่อนจะบ่มในขวดที่ปิดฝาด้วยจุกคอร์ก ไม่ใช่ฝาจีบแบบที่เจ้าอื่นใช้กัน  

R.D. (vintage): เป็นรุ่นที่ต่อยอดจากรุ่น Grand Année ด้วยการขยายเวลาในการหมักพร้อมกากยีสต์ออกไปเป็น 8 ปี และบ่มในขวดที่ปิดฝาด้วยจุกคอร์กเช่นเดียวกัน เป็นรุ่นที่ยิ่งใหญ่ของ Bollinger และควรดื่มสักครั้งในชีวิต

Vieille Vignes Françaises (vintage): เป็นรุ่น prestige cuvee ของ Bollinger โดยรุ่น  Blanc de Noirs ผลิตไม่มากประมาณ 3,000 – 5,000 ขวดนั้น วินเทจแรกคือ 1969 บรรจุขวดพร้อมหมายเลขข้างขวด

Bollinger อยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท  Société Jacques Bollinger ซึ่งครอบครองการผลิตไวน์ในเขตอื่นด้วย ในฝรั่งเศส เช่น แชมเปญ Ayala, Maison Chanson ในเบอร์กันดี, Langlois-Chateau ในลัวร์ แวลลีย์ และ Delamain ในคอนยัค นอกจากนั้นยังขยายอาณาจักรไปในออสเตรเลีย ด้วยการลงทุนทำ Tapanappa Winery ใน Wrattonbully ร่วมกับ Jean-Michel Cazes เจ้าของ Château Lynch-Bages และ Brian Croser แห่ง Petaluma Winery เป็นต้น