Get Adobe Flash player

“Happy Thai Father’s Day” Thailand National Day

Font Size:

สวัสดีวันพ่อและวันชาติไทยทุกๆท่านครับ

จากนครลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย USA คืนของวันที่ 2 ธันวาคม 2017 ณ Taglyan Cultural Complex บนถนน Vine Ave., L.A., California ทีมไทยแลนด์จัดงานฉลองวันพ่อและวันชาติไทยขึ้น โดยมีแขกทั้งไทยและต่างชาติรวมทั้งเจ้าหน้าที่ราชการของรัฐแคลิฟอร์เนีย, LA County และ LA City ได้มาร่วมฉลองวันพ่อและวันชาติไทย คาดไว้ประมาณ 4-5 ร้อยคน ทางสถานกงสุลไทยในแอลเอและทีมไทยแลนด์ได้เชิญชมรม สมาคม ผู้ประกอบอาชีพต่างๆที่เป็นอาชีพของคนไทย ให้นำสิ่งต่างๆที่ทำด้วยคนไทย แสดงด้วยคนไทย ผลิตโดยคนไทย ไม่ว่าจะทำที่ไหนแต่เป็นสินค้าของคนไทย มาโชว์ในงานอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งมีอาหารเป็นหลัก ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย จากคนไทยทั้ง 4 ภาค มีอีสาน-ใต้-เหนือ-กลาง(ตะวันออก)

นอกเหนือจากอาหาร-เครื่องดื่มแล้ว ยังมีเบียร์และผลไม้ที่สั่งมาจากเมืองไทย และขนมหวานซึ่งทำให้ทานกันในสถานที่นั้นเลยคือขนมครก ส่วนที่ทำมาก่อนแล้วก็หลายอย่างที่ทุกคนรับทานกันได้ เช่นข้าวเหนียวสังขยา เป็นต้น มีทองหยิบ ทองหยอด เมี่ยงคำ ผลไม้เช่น มะขาม, ลำไย และมะพร้าวอ่อนสด เป็นต้น ที่มีมาใหม่แนวเครื่องดื่มเหมือนเบียร์คือ “เบียร์ต้มยำ” เหมือนเบียร์ทั่วๆไปแต่มีการผสมกับข่า, ตะไคร้ และมะกรูด รสชาติกลมกล่อมไม่ต่างจากต้มยำไก่, กุ้ง หรือปลา แต่มีเบียร์ผสมด้วย เป็นการค้นพบโดยคนไทยและ Brew ในอเมริกานี้เองครับ เหมือน Craft Beer เบียร์แบบนี้จะราคาแพงกว่าเบียร์ธรรมดา 2-3 เท่า

Main Event คือการที่มีท่านกงสุลใหญ่กล่าวถึงจุดประสงค์ของงานคือวันชาติไทยและวันประสูติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ถือว่าเป็นชาติไทย(5 ธ.ค.) พูดถึงความสำคัญของวันชาติไทยและวันพ่อ โยงไปถึงเมืองไทยขณะนี้เน้นไปทางท่องเที่ยว ความสงบปลอดภัยของเมืองไทย พูดถึงจะมีการเลือกตั้งภายในปี 2018 การลงทุนและที่อยู่อาศัยแบบ Home Stay, Medical Hub และสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย และยกย่องนักธุรกิจของคนไทยใน USA, ร้านอาหาร, ร้านนวดไทย และธุรกิจอื่นๆ เพื่อชักชวนให้ชาวต่างชาติได้มาอุดหนุนธุรกิจของคนไทยทั่ว USA

และได้เชิญนักการเมืองระดับรัฐเช่น Secretary of Treasury, Congressman, City Councilman และ Office of the Mayor of L.A. เป็นต้น ได้มีการมอบ Certificates of the Honor ให้กับสถานกงสุลไทย จากทุกหน่วยงาน มีการแสดงโชว์ของเด็กไทยและมวยไทย เกี่ยวถึงประเพณีของประเทศไทย รำฟ้อนเล็บชาวล้านนา รำไทย 4 ภาค จากสำนักนาฏศิลป์วัดป่าธรรมชาติ มวยไทยจากค่ายของ “มาลัยเพชร ศศิประภายิม” และฉายหนังประวัติของ ร.9 ร่วมรับทานอาหารพร้อมๆกันในเวลาประมาณ 8.00 pm. ขอชมเชยกับการเตรียมงานจัดงานจากทีมไทยแลนด์ ซึ่งเตรียมงานได้ดีเยี่ยม ไม่มีข้อบกพร่องใดๆทั้งสิ้น โดยเฉพาะการวาง Booth หรือซุ้มที่โชว์สิ่งต่างๆเกี่ยวกับเมืองไทย ทำให้ทุกภาคไม่ซ้ำกันแม้แต่นิดเดียว ทุกซุ้ม จะออกแนววัฒนธรรมประเพณีของแต่ละภาค สถานที่จัดงานอลังการจริงๆ การจัดคิวจัดระเบียบได้เรียบร้อย และที่สำคัญที่สุดคือการแต่งกายของคนไทยที่ไปร่วมงาน สตรี 95% นั้นจะเป็นชุดไทยสีเหลืองอ่อนๆ ส่วนสุภาพบุรุษนั้นแบบสากล ดูสวยงามทั่วทุกมุมทุกพื้นที่ใน Hall ที่จัดงาน !!!

วัดไทยแอลเอ จัดงานหาเงินซื้ออุปกรณ์การเรียนให้โรงเรียนวัดไทย เสาร์-อาทิตย์ได้ประมาณ $12,600.- จากการบริจาค, บัตรเข้างาน, Ruffle สองชมรมร่วมใจกันจัดคือ สมาคมนวดไทยในแอลเอ และผู้ปกครองนักเรียนวัดไทยและกรรมการวัดไทยแอลเอ อาหารจากการได้รับบริจาคทุกอย่างทั้งจากผู้ปกครองและร้านอาหารต่างๆหลายสิบแห่ง ขอแสดงความยินดีในความสำเร็จของการจัดงาน จากทุกๆฝ่ายที่สละเวลาไปร่วมงานทั้งทางน้ำใจและทางปัจจัยและแรงงาน ขอให้ท่านได้รับบุญกุศลถ้วนหน้า

มีงานสังสรรค์และงานกุศลอีกหลายงานภายในเดือนนี้ ทั้งขอร่วมบริจาคและจำหน่ายบัตรเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและทางด้านธุรกิจ ผสมกันไป !!! วันเสาร์ที่ 9 ธ.ค.ที่ร้านสิริไทยคูซีน คุณแนนซี่ เชิญไปสนุกกันที่ร้านโดยเชิญ 5 สาววัยคุณป้าไปอวดความแข็งความแกร่ง งานชื่อว่า “1965 มนุษย์ป้าครองเมือง” มี ติ๋ง-ศวรรณี พัฒฑนะ, ไฉไล ไชยทา, พราวตา(ตุ๊ก) ดาราเรือง, รุ่งพิรุณ เมธารมย์ และ นิตยา นนทบุตร สมัยมีการบันเทิงกำลังดังสุดๆ ณ ถนนราชดำเนิน 5 สาวรุ่นป้าสมัยนั้น กำลังเอ๊าะๆทั้งหน้าตาและทรวดทรง จะเปลี่ยนกันร้องกันเต้นอยู่แถวนั้น ทุกแนวทุกแบบ ไทย, สากล, จีน และอื่นๆ เมื่อถึงปี “1975” ธุรกิจก็ค่อนข้างจะขาลงโดยเฉพาะอาชีพแนวนี้ทั้งนักร้องและนักดนตรี บางคนก็ย้ายถิ่นฐานเพื่อประกอบอาชีพอื่นๆในต่างประเทศ ก็มากันหลายคน โดยยังยึดอาชีพเก่าทำมาหาเลี้ยงชีพโดยการร้องเพลงและงานประจำแบบ Full Time และ Part Time ก็อยู่กันได้ โดยร้องเพลงตามร้านอาหารต่างๆ 3-4 แห่ง เมื่อว่างหรือวันหยุด 30 กว่าปีมาแล้ว อยู่แอลเอก็ยังใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ว่าเดี๋ยวนี้จะอยู่ในหุ่นหรือรูปร่างแบบไหน ที่ไม่เปลี่ยนคือ “เสียง” จะเพี้ยนไปบ้างก็เพราะวัยต่างกันหลายปีแล้วคือแก่ลงว่างั้นเหอะ มันเป็นธรรมดาในสังขารของคน...สวัสดี