Get Adobe Flash player

CPAFเปิดโครงการรณรงค์ ลดการประทุษร้ายต่อสตรี

Font Size:

CPAF เปิดตัวโครงการ “I Can Stop Rape” ในเดือนแห่งการรณรงค์เพื่อลดการประทุษร้ายทางเพศต่อสตรี พิชญา ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้ประสานงานจากศูนย์ส่งเสริมชาวไทย แถลงเมื่อ วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2556 อ้างถึงศูนย์บริการครอบครัวเอเซียแปซิฟิก (The Center for the Pacific Asia Family – CPAF) ได้จัดแคมเปญที่ชื่อว่า “I Can Stop Rape” (“ฉันสามารถหยุดยั้งการข่มขืนได้”) ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มที่จะสร้างโครงการพิเศษเพื่อหยุดยั้งการล่วงละเมิด ทางเพศสตรี

เพื่อเป็นการให้ความสำคัญสำหรับเดือนแห่งการรณรงค์เพื่อลดการประทุษร้ายทางเพศต่อสตรี (National Sexual Assault Awareness Month หรือ SAAM)

จากผลสำรวจประจำปี ค.ศ. 2010 ของ Centers for Disease Control สหรัฐอเมริกาพบว่าในทุกๆ 5 คนจะมีสตรี 1 คนที่มีประสบการณ์ถูกประทุษร้ายทางเพศ ผู้หญิงเอเซียนและหมู่เกาะแปซิฟิกส่วนมากจะไม่แจ้งความและไม่ได้รับการรักษา พยาบาลและการฟื้นฟูสภาพจิตใจที่จำเป็นต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต

นางเดบร้า ซา ผู้อำนวยการองค์กร CPAF กล่าวว่า “การ ข่มขืนและการประทุษร้ายทางเพศยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญ และยังคงเป็นสิ่งที่สร้างความอับอายต่อเหยื่อจนไม่สามารถเรียกร้องความ ยุติธรรมให้ตนเองได้”

“แคมเปญที่ชื่อว่า “I Can Stop Rape” นี้ เรากำลังเริ่มรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในชุมชนว่าการประทุษร้ายทางเพศต่อ สตรียังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นก้าวแรกในการช่วยกันยับยั้งมิให้เกิดการข่มขืนในสังคมของเราอีกต่อ ไป”

นางชัญชนิฐ มาร์เทอเรลล์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมชาวไทยกล่าวว่า “ศูนย์ส่งเสริมชาวไทยร่วมงานกับ CPAF เพื่อ สร้างความเข้าใจในชุมชนไทยว่าเหยื่อความรุนแรงไม่ใช่ผู้กระทำผิดใดๆ และควรได้รับความคุ้มครองโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับความยุติธรรมในชั้นศาล และได้รับการรักษาเยียวยาทั้งทางร่างกายและจิตใจที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตต่อ ไป”

ศูนย์ส่งเสริมชาวไทย และ CPAF ขอเชิญสมาชิกในชุมชนไทยและชุมชนเอเซียนอื่นๆ องค์กรท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา และอาสาสมัครทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ  “I Can Stop Rape” โดยแบ่งปันความคิดวิธีการยับยั้งไม่ให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศในสังคมของเรา โดย  CPAF จะนำความคิดของทุกท่านโพสต์ลงในเฟซบุ๊คของ CPAF และเว็บไซต์ www.NurturingChange.org เพื่อ จุดประกายความคิดของทุกคนในชุมชนของเราและที่อื่นๆในการร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อหยุดยั้งการประทุษร้ายทางเพศต่อสตรีในชุมชนเอเซียนและหมู่เกาะแปซิฟิก

“ศูนย์กฎหมายเอเซียนแปซิฟิกอเมริกัน (Asian Pacific American Legal Center – APALC) ได้ร่วมโครงการ “I Can Stop Rape” เพื่อให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายต่อเหยื่อความรุนแรง และเพื่อช่วยให้ชุมชนเข้าใจขั้นตอนการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด” สต๊วร์ท โคว ประธานและ CEO ของ APALC กล่าว

CPAF และศูนย์ส่งเสริมชาวไทยได้ร่วมงานกับอีก 5 องค์กรในชุมชนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้: Families in Good Health, Khmer Girls in Action, Legal Aid Foundation of Los Angeles, Southeast Asian Community Alliance, และ Vietnamese Community of Orange County

เกี่ยวกับศูนย์บริการครอบครัวเอเซียแปซิฟิก (CPAF)

ศูนย์บริการครอบครัวเอเซียแปซิฟิก (CPAF) ได้รับการก่อตั้งในปีพ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) โดยองค์กร CPAF เป็นองค์กรแรกที่รวมเจ้าหน้าที่หลายเชื้อชาติและหลายภาษาเพื่อให้บริการสายด่วน HOTLINE แก่ผู้ที่ถูกประทุษร้ายทางเพศหรือถูกกระทำรุนแรงทางร่างกายและจิตใจ องค์กร CPAF ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเอเซียและชาวหมู่เกาะแปซิฟิกที่เป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวและถูกล่วงละเมิดทางเพศ ในปัจจุบัน CPAF ให้บริการ HOTLINE ถึง 30 ภาษา ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้องค์กร CPAF ยัง ให้ที่พักในกรณีฉุกเฉินเพื่อปกป้องสตรีและเยาวชน ผนวกกับการเผยแพร่ความรู้เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้ในชุมชนของเรา หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าเว็บไซต์ WWW.NurturingChange.org หรือโทร. 1-800-339-3940

 

 

ระเบิดถล่มบอสตัน มาราธอน

ตาลีบันในปากีปฏิเสธไม่เกี่ยว

 

เกิด เหตุระเบิด 2 ครั้ง ใกล้เส้นชัย "บอสตัน มาราธอน" ประธานาธิบดี "โอบามา" ลั่นต้องนำคนร้ายมาลงโทษขั้นสูงสุด มีเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย มีเด็กชายอายุ 8 ขวบรวมอยู่ด้วย บาดเจ็บกว่าร้อย เจ็บหนัก 10 คน บางคนถูกตัดอวัยวะ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงไม่มีคนไทยได้รับอันตราย

 

มี รายงานข่าวแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อน ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ห่างกันไม่ถึง 5 วินาที บริเวณใกล้เส้นชัยของการแข่งขันวิ่งแข่ง "บอสตัน มาราธอน" ที่รัฐแมสซาชูเซสต์ ซึ่งเป็นรายการกรีฑาประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการหนึ่ง โดยในแต่ละปีจะมีนักวิ่งที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาร่วมชิงชัยประมาณ 27,000 คน และมีผู้ชมหลายหมื่นคน

เหตุการณ์ ครั้งนี้ ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย รายหนึ่งคือมาร์ติน ริชาร์ด เด็กชายวัย 8 ขวบ รายที่สองเป็นผู้จัดการภัตตาคารหญิงชาวแมสซาชูเซตส์วัย 29 และรายที่สามเป็นนักศึกษาหญิงชาวจีนจากมหาวิทยาลัยบอสตัน ส่วนยอดผู้บาดเจ็บมีไม่ต่ำกว่า 180 คน 17 คนยังอาการวิกฤติ

    ผู้ คนกว่า 1,000 คนได้มาร่วมจุดเทียนไว้อาลัยที่บ้านของเด็กชายที่เมืองดอร์เชสเตอร์ ส่วนที่กลางเมืองบอสตันผู้คนอีกนับพันได้จัดพิธีไว้อาลัยเช่นกัน

    ถึง ขณะนี้ยังไม่มีบุคคลใดหรือกลุ่มใดประกาศยอมรับเป็นผู้ลงมือ เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐหลายคนเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นฝีมือของอัลกออิดะห์หรือองค์กรก่อการ ร้ายต่างชาติ และการสอบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น

ระเบิดลูกแรกเกิดขึ้นใกล้กับร้านขายผลิตภัณฑ์กีฬา ส่วนครั้งที่ 2 เกิดขึ้นใกล้อัฒจันทร์คนดู

จาก ข้อสงสัยที่ว่า กลุ่มตาลีบันมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ล่าสุด โฆษกกลุ่มตาลีบันในปากีสถาน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดครั้งนี้ และว่าที่ผ่านมากลุ่มฯ มุ่งก่อเหตุรุนแรงโจมตีภายในประเทศโดยมุ่งทำลายเป้าหมายของรัฐบาล เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลให้การสนับสนุนสหรัฐในการกวาดล้างกลุ่มหัวรุนแรง

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ออกแถลงการณ์ ว่าการสืบสวนสอบสวนต้องไม่ผิดพลาด โดยจะควานหาและทราบให้ได้ว่าใครเป็นผู้กระทำการในครั้งนี้ ใครหรือกลุ่มใดก็ตามที่อยู่เบื้องหลัง จะต้องได้รับการลงโทษจากศาลยุติธรรมขั้นสูงสุด

เด วัล แพทริก ผู้ว่าการมลรัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้มีคำเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารอยู่กับบ้าน และหลีกเลี่ยงการรวมตัวกันในที่สาธารณะ คอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬาทุกชนิดให้ระงับไว้ก่อน เมืองบอสตันจะเปิดในอีก 1 วันข้างหน้า แต่การดำเนินธุรกิจต่างๆ คงจะไม่เหมือนเดิม

หน่วย สอบสวนกลางสหรัฐเผยแพร่ภาพถ่ายเศษโลหะบิดเบี้ยว ที่น่าจะเป็นชิ้นส่วนของหม้ออัดแรงดันที่ใช้ในการประกอบอาหาร และภาพเศษผ้าไนลอนสีดำซึ่งน่าจะเป็นชิ้นส่วนของกระเป๋าหรือเป้สะพายหลังที่ ใช้ซุกระเบิดมาวางไว้ ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนที่ระเบิดจะปลดปล่อยตะปูและลูกปืน ซึ่งน่าจะเป็นระเบิดที่ประกอบขึ้นเอง

เจ้า หน้าที่รัฐบาลสหรัฐหลายคนเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นฝีมือของอัลกออิดะห์หรือองค์กรก่อการ ร้ายต่างชาติ และการสอบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น

หน่วย งานด้านการสืบสวนสอบสวนทุกหน่วยของสหรัฐกำลังทุ่มเทตามล่าตัวผู้กระทำผิด เฉพาะที่บอสตันมีเจ้าหน้าที่มากกว่า 1,000 นาย "การสอบสวนครั้งนี้จะกว้างทั่วโลก เราจะพลิกแผ่นดินเพื่อระบุตัวการที่ก่ออาชญากรรมเลวทรามนี้" เดสลอเรียร์สกล่าวเสริมด้วยว่า ระเบิดง่ายๆ ที่ใช้ก่อเหตุครั้งนี้คล้ายกับระเบิดข้างทางในอิรักและอัฟกานิสถาน แต่ใครเป็นผู้ต้องสงสัย และอะไรคือแรงจูงใจนั้นยังระบุไม่ได้

ระเบิด ที่ใช้หม้ออัดความดันนี้เป็นอุปกรณ์ที่เครือข่ายอัลกออิดะห์ เคยสอนวิธีประกอบไว้ผ่านนิตยสารออนไลน์ของกลุ่มเมื่อปี 2553 ในบทความที่ให้ชื่อว่า "ทำระเบิดในครัวของแม่" หน่วยวิเคราะห์ข่าวกรอง "ไซต์" เผยด้วยว่าพวกเชิดชูคนขาวสุดโต่งในอเมริกาเคยแนะนำบทความนี้ในฟอรัมออนไลน์ ของพวกเขาว่าควรค่าแก่การอ่านอย่างยิ่ง

ทางด้านวงการกีฬา    แดนนี่ อาเมนโดลา จากนิวอิงแลนด์ แพทริอ็อตส์ ทวีตข้อความว่า "ผมจะบริจาคเงินทุกๆ 100 เหรียญ ต่อการรับลูก 1 ครั้งของผมในศึกฟุตบอลเอ็นเอฟแอล ฤดูกาลหน้าให้กับเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากบอสตัน มาราธอน และจะบริจาค 200 เหรียญ ทุกๆ การรับที่ผิดพลาดของผม"

วินซ์ วิลฟอร์ค ดีเฟนซีฟแท็กเกิลของแพทริอ็อตส์ ทวีตผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้ทุกคนที่ต้องการร่วมกันช่วยเหลือเหยื่อ "บอสตันบอมบ์" สามารถบริจาคเงิน 10 เหรียญสหรัฐ เข้ามูลนิธิของเขาได้เลย

ส่วน โรเบิร์ต คราฟท์ เจ้าของทีมแพทริอ็อตส์ และนิวอิงแลนด์ เรฟโวลูชัน ในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ที่อยู่ในบอสตันก็ควักกระเป๋าบริจาคทันที 10,000 เหรียญ

คราฟท์ มีแถลงการณ์ว่า "เรารู้สึกโศกเศร้าไปกับเหยื่อที่โดนกระทำจากคนที่ไร้จิตสำนึก นี่เป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในวันแพทริอ็อตส์เดย์ การวิ่งรายการนี้เพื่อนำเงินเข้าสู่องค์กรการกุศล คนเหล่านั้นล้วนเป็นครอบครัวของเรา จึงคิดว่าเราควรตั้งมูลนิธิ องค์กรศิษย์เก่า เพื่อช่วยเหลือเพื่อนๆ ของเรา ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการเยียวยา หวังว่าการบริจาคเงินของเราจะช่วยให้อีกหลายๆ คนช่วยกันมากขึ้นด้วย"

ทาง ด้านนายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ อ้างถึง สถานกงสุลใหญ่ในนครนิวยอร์กได้รายงานว่า ไม่พบคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุที่เกิดขึ้น.