Get Adobe Flash player

วางระเบิดที่บอสตันเป็นเหตุ ผ่าน‘กม.โรบินฮู้ด’อาจล่าช้า

Font Size:

ทีมงานระดับสูงของ “โอบาม่า” เผยร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่น ล่าช้าจากความอ่อนแอที่ชายแดนเม็กซิโก และคดีระเบิดที่บอสตัน ชี้สองพี่น้องใช้ระบบอิมมิเกรชั่นเข้ามาก่อวินาศกรรม

 

เมื่อวันอังคารที่ 23 เมษายน 2013 คณะบริหารระดับสูงของประธานาธิบดีโอบาม่า เปิดเผยว่า ร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่จะเสนอต่อสภาคองเกรส ในส่วนของความอ่อนแอทางด้านชายแดนติดต่อกับประเทศเม็กซิโก และคดีระเบิดที่เมืองบอสตันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

จากที่ผู้ต้องสงสัยสองคนพี่น้องวางระเบิด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บมากกว่า 250 ราย คือหัวข้อในการถกเถียงว่าอาจเป็นเหตุให้การพิจาณาเรื่องการปรับปรุงกฎหมายอิมมิเกรชั่นของสภาคองเกรสล่าช้าออกไป

ทั้ง สองคนพี่น้องได้เดินทางเข้ามาสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมายเมื่อสิบปีที่แล้ว คนพี่ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิตหลังจากการต่อสู้ เคยเดินทางไปยังประเทศรัสเซีย เมื่อปี 2012 เป็นเวลา 6 เดือน และได้เดินทางออกไปอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว โดยใช้ตัวสะกดนามสกุลไม่ถูกต้อง มีส่วนทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งข้อสงสัย

ประเด็น ในการถกเถียงที่เกี่ยวโยงมาถึงการพิจารณาร่างกฎหมายที่ให้โอกาสกับโรบินฮู้ด ก็คือทั้งสองคนพี่น้องใช้ระบบอิมมิเกรชั่นเข้ามาก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าทางสภาคองเกรสจะยังไม่ดำเนินการพิจารณาในทันที จนกว่าจะปรับปรุงระบบอิมมิเกรชั่นให้มั่นคงเสียก่อน

จากการเสนอของซีเนเตอร์พรรคดีโมแครต 4 คน และพรรครีพลับลิกัน 4 คน ทางคณะกรรมาธิการด้านกฎหมายของสภาคองเกรส วางแผนที่จะใช้เวลาในเดือนพฤษภาคม อภิปรายและลงคะแนนเสียงในเรื่องการปรับปรุงกฎหมายอิมมิเกรชั่น ซึ่งคงพร้อมที่จะอภิปรายและถกเถียงกันอีกยาวนานในสภาคองเกรส ในเดือนมิถุนายน

สำหรับ ข้อแม้ให้สร้างกำแพงกั้นตรงเขตแดนระหว่างสหรัฐฯ ทางด้านรัฐอริโซน่าและรัฐเท็กซัส กับประเทศเม็กซิโกให้แน่นหนา จะต้องใช้งบประมาณจำนวนหลายพันล้านนั้น ภายในหกเดือนหลังจากประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว ทางสำนักงานความมั่นคงภายในจะต้องดำเนินโครงการในการกั้นเขตแดน ให้เป็นไปตามข้อตกลงทุกประการ

ก่อนที่โรบินฮู้ดทั้ง 11 ล้านคน จะได้ต่อใบอนุญาตชั่วคราวใบใหม่ การก่อสร้างรั้วกั้นชายแดนจะต้องเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และก่อนที่โรบินฮู้ดจะได้ใบเขียวถาวร รั้วจะต้องสำเร็จเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ และวิธีดำเนินการอนุมัติให้คนใหม่เข้ามาในประเทศ จะต้องรัดกุมทั้งทางท่าเรือและสนามบิน เพื่อติดตามบุคคลที่เข้ามาและออกไปอย่างเป็นระบบ ต้องเพิ่มอัตราเจ้าหน้าที่ศุลกากร 3,500 ตำแหน่ง     และจะต้องเข้มงวดกับนายจ้าง ให้ตรวจใบอนุญาตให้ทำงานของลูกจ้าง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเส้นทางของโรบินฮู้ดไปสู่ซิติเซ่น

โรบินฮู้ดจำนวน 11 ล้านคนในสหรัฐฯ จะได้ใบอนุญาตชั่วคราว หลังจากประกาศให้ใช้บังคับเป็นกฎหมาย 6 เดือน

-บุคคลที่เข้ามาในสหรัฐฯ ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2011 และยังคงอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

-จะต้องไม่มีประวัติกระทำผิดคดีอาญาร้ายแรง

-ต้องเสียค่าปรับ 500 เหรียญ บุคคลที่ได้รับใบอนุญาตชั่วคราวสามารถทำงานและเดินทางภายในประเทศได้ แต่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลกลาง

-หลังจากได้ใบอนุญาตชั่วคราว 6 ปี ต้องต่อใบใหม่ เสียค่าต่ออายุบัตรอีก 500 เหรียญ

-บุคคล ที่ถูกเนรเทศออกไปจากสหรัฐฯ ไม่มีประวัติอาชญากรรม สามารถยื่นขอวีซ่าเข้ามาในสหรัฐฯ โดยให้ใบอนุญาตชั่วคราว ถ้าหากผู้นั้นมีคู่สมรสหรือบุตรเป็นซิติเซ่นหรือถือใบเขียว หรือถูกพาตัวเข้ามายังสหรัฐฯ ตั้งแต่เด็ก

-หลังจากได้ใบอนุญาตชั่วคราว 10 ปี ทางสำนักงานอิมมิเกรชั่นจะอนุมัติให้ได้ใบเขียวถาวร ถ้าบุคคลนั้นเสียภาษีติดต่อกันจนถึงปัจจุบัน จ่ายค่าปรับ 1,000 เหรียญ อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และต้องเรียนภาษาอังกฤษ

ข่าวคืบหน้า “เสรีชัย” จะนำมาเสนอต่อไป.    

        (วัลลภา ดิเรกวัฒนะ แปลและเรียบเรียง)