Get Adobe Flash player

เลือกตั้งในมาเลเซียคึกคัก ใช้สิทธิ80%รัฐบาลชนะอีก

Font Size:

บรรยากาศการเลือกตั้งจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย การใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก หลายพื้นที่มีประชาชนเดินทางไปเข้าคิวรอ

 

อิบราฮิม ซัฟเฟียน หัวหน้าศูนย์เมอร์เดกา กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่ความนิยมของทั้งสองฝ่ายสูสีใกล้เคียงจนไม่สามารถคาดเดาผลได้ โดยเสียงสนับสนุนของฝ่ายค้านส่วนใหญ่มาจากคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งคิดเป็น 52% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ ขณะที่รัฐบาลได้แรงสนับสนุนจากกลุ่มคนรุ่นเก่าและประชาชนในชนบท

5 พ.ค.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียว่า การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 13 ของมาเลเซีย ที่เริ่มเปิดหีบตั้งแต่เวลา 08.00 น.ได้ปิดหีบลงแล้วเมื่อเวลา 17.00 น. โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งสิ้นประมาณ80% จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั้งสิ้น 12,992,661 คน มากกว่าสถิติเดิมในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2507 ที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 78.9% ทั้งนี้ กกต.มาเลเซียจะแถลง การนับคะแนนครั้งแรกในเวลาประมาณ 19.30 น.

บรรยากาศการเลือกตั้งตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนต่างออกมาเข้าแถวเพื่อรอคอยการใช้สิทธิ์ในเกือบทุกหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่สำนักโพลต่างๆ เปิดเผยผลสำรวจออกมาว่า คะแนนนิยมของพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านมีความใกล้เคียงกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม ผลการนับคะแนนปรากฏว่า พรรคบาริซาน นาเซียนัล หรือ แนวร่วมแห่งชาติ ชนะการเลือกตั้งกวาดที่นั่งส.ส.ได้ 133 ที่นั่งจาก 222 ที่นั่ง แม้ได้คะแนนเสียงจากประชาชนทั่วประเทศน้อยกว่าพรรคฝ่ายค้านเป็นครั้งแรก ซึ่งนายนาจิบ สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

อดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซีย ได้ยอมรับเมื่อวานนี้ว่า เขาไม่คาดคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค จะทำผลงานได้ย่ำแย่กว่าอดีตนายกรัฐมนตรีอับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี เมื่อครั้งการเลือกตั้งในปี 2551 เสียอีก

นายมหาเธร์ กล่าวว่า เขาคิดว่า นายนาจิบจะทำได้ดีกว่า นายบาดาวี ที่นำพรรคร่วมรัฐบาลบาริซาน นาเซียนัล หรือ บีเอ็น คว้า 140 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 12 โดยแม้ว่านายนาจิบ จะสัญญากับผู้สนับสนุนพรรคสห-มาเลย์แห่งชาติ หรือ อัมโน และบีเอ็นว่า เขาจะกวาดที่นั่งในสภาฯ ให้ได้ถึง 2 ใน 3 แต่กลับทำได้แค่ 133 ที่นั่ง น้อยกว่าที่นายบัดดาวี ทำไว้เมื่อปี 2551 ถึง 7 ที่นั่ง

แม้นายมหาเธร์ จะไม่ได้ชี้ชัดเกี่ยวกับอนาคตของนายนาจิบ แต่เขาบอกว่า นายนาจิบอาจต้องเจอกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการต่อต้านภายในพรรคอัมโน โดยบอกว่า แน่นอนว่าประชาชนต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถและยุทธศาสตร์ของเขา และตามหลักแล้ว เขาจะยังเป็นผู้นำรัฐบาลต่อไป ตราบเท่าที่พรรคอัมโนให้การสนับสนุนเขา"

นายมหาเธร์ บอกด้วยว่า เขาได้ช่วยหาเสียงให้นายนาจิบและลูกพรรค ด้วยความเชื่อที่ว่าเขาจะทำได้ดีกว่าเมื่อปี 2551 แต่ก็ไม่คิดว่า บีเอ็นจะได้เสียงส่วนใหญ่ถึง 2 ใน 3 และเตือนว่า บีเอ็นจะต้องเรียนรู้ความผิดพลาดสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะมันจะยิ่วเลวร้ายกว่านี้ ถ้าบีเอ็นไม่รู้จักเรียนรู้ความผิดพลาด

นายมหาเธร์ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่า ควรจะเชื้อเชิญให้พรรคกิจประชาธิปไตย หรือ ดีเอพี ซึ่งเป็นพรรคของชาวจีน มาจับมือกับบีเอ็น เพื่อเป็นตัวแทนของชาวจีนในรัฐบาล หลังจากพรรคสมาคมชาวจีนมาเลเซีย หรือ เอ็มซีเอ ตัดสินใจไม่รับตำแหน่งในรัฐบาล โดยเขาบอกว่า ขึ้นอยู่กับอัมโนและดีเอพี ว่าต้องการจะร่วมรัฐบาลกันหรือไม่ แต่เขาไม่คิดว่าดีเอพี จะทำแบบนั้น เพราะเคยประนามพรรคเอ็มซีเอ มาตลอดว่า เป็นผู้รับใช้พรรคอัมโน

สถาบันประชาธิปไตยและเศรษฐกิจ และศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณะ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระในมาเลเซีย เผยแพร่รายงานร่วมกันในวันนี้ระบุว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์นี้เกือบเสรี แต่ไม่ยุติธรรม โดยยกตัวอย่างปัญหาความผิดปกติที่พบ เช่น บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง หมึกป้องกันใช้สิทธิซ้ำที่ลบออกได้ง่าย การใช้กลไกของภาครัฐ และสื่อที่อยู่ในมือของรัฐ นอกจากนี้ยังขาดความโปร่งใสในเรื่องเงินหาเสียง มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นกลางของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และความไม่ยุติธรรมในการกำหนดเขตเลือกตั้ง และผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งถูกกีดกันไม่ให้เข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง นอกจากนี้สหภาพยุโรปแสดงความกังวลต่อความผิดปกติในการเลือกตั้งเช่นเดียวกับสหรัฐ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง