Get Adobe Flash player

หัวหน้าศาลสูงยื่นหนังสือห้าม อิมมิเกรชั่นจับโรบินฮู้ดในศาล

Font Size:

หัวหน้าผู้พิพากษาศาลฎีกา     ยื่นหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงรัฐบาลกลาง ขอให้เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นยุติการเข้าไปจับกุมโรบินฮู้ดในสำนักงานศาล ซึ่งส่งผลทำให้สาธารณชนขาดความเชื่อมั่นในระบบศาล

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2017 นางแทนี่ จี.คานตีล-ซาคาอูเว หัวหน้าผู้พิพากษาศาลฎีกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ยื่นหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงรัฐบาลกลาง นายเจฟ เซสชั่น อัยการสูงสูดและนายจอห์น เคลลี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งสหรัฐฯ ให้เป็นหัวข้อของศาลยุติธรรมต่อสภานิติบัญญัติ ก่อนถึงสมัยประชุมประจำปี ที่อาคารรัฐสภาในเมืองซาคราเมนโต รายละเอียดระบุว่า ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยุติการเข้าไปจับกุมพวกโรบินฮู้ดในสำนักงานศาล ทำให้เกิดความกังวลจากรายงานว่าเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น หรือ ไอซ์ ICE (Immigration and Customs Enforcement) ได้บุกเข้าไปจับโรบินฮู้ดถึงในศาล ซึ่งมีผลต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในระบบศาลของสาธารณชน

“การติดตามจับผู้ที่อยู่อย่างผิดกฎหมายถึงในศาล ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ขัดขวางประชาชนที่จะเข้าไปพึ่งศาลสถิตยุติธรรม ซึ่งมีทั้งข้อหาคดีอาญา และเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวรวมถึงพยาน ที่เข้าไปเพื่อร้องขอความยุติธรรมและสิทธิที่ควรจะได้รับจากกฎหมาย ซึ่งการดำเนินการของเจ้าหน้าที่สำนักงานไอซ์ ไม่สมควรใช้สำนักงานศาลเป็นเหยื่อล่อในการใช้อำนาจกฎหมายอิมมิเกรชั่น”

สาเหตุที่หัวหน้าผู้พิพากษาศาลสูงยื่นหนังสือฉบับนี้ สืบเนื่องมาจากรายงานการจับกุมผู้ที่อยู่อย่างผิดกฎหมายของเจ้าหน้าที่ไอซ์ ในสำนักงานศาลที่รัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐโอรีกอน และรัฐเท็กซัส หลังจากที่เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นของรัฐบาลกลาง ได้ลงมือดำเนินการจับโรบินฮู้ด และเนรเทศออกนอกประเทศภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทางด้านสำนักงานไอซ์ยอมรับว่า ได้ทำการจับกุมโรบินฮู้ดหลายคนในศาลที่รัฐโอรีกอนและรัฐแคลิฟอร์เนียภาคใต้ โดย เวอร์จีเนีย ไคซ์ โฆษกของสำนักงานกล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมในศาลนั้น คงไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว หลังจากได้ชั่งน้ำหนักในหลายปัจจัยกับการตัดสินใจดำเนินการตามคำสั่ง ถ้าเข้าจับกุมตามที่อยู่และที่ทำงานของโรบินฮู้ดตามรายชื่อที่ต้องการตัว จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในชุมชนนั้นๆ ด้วย และสำนักงานศาลถูกมองว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางที่จะเข้าไปจับกุม เพราะจะต้องผ่านเครื่องตรวจทุกคน

ข้อความหนึ่งในหนังสือของหัวหน้าผู้พิพากษาศาลสูง อ้างถึงนโยบายการดำเนินการรวมถึงการติดตามเข้าไปจับโรบินฮู้ดถึงในศาล ที่ว่าเพื่อความปลอดภัยต่อสาธารณชนนั้น เป็นการกระทำที่ถือว่าไม่ปลอดภัยและไม่ถูกต้อง ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อแก่นแท้ของคุณค่าของความยุติธรรม แต่พวกเขาได้ทำลายระบบศาลที่ต้องให้ความยุติธรรมต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ไอซ์ในรัฐเท็กซัส ได้เข้าไปจับกุมผู้หญิงคนหนึ่งในสำนักงานศาลเมืองเอลพาโซ ขณะที่นางยื่นขอต่อศาลให้คุ้มครองจากผู้ที่ทำร้าย การจับกุมครั้งนี้ถูกประท้วงและถูกคัดค้านจากผู้ให้ความช่วยเหลือเหยื่อของความรุนแรง ว่าเป็นการหยุดยั้งเหยื่อทุกคน ที่ไม่กล้ารายงานอาชญากรรมหรือไม่ไปปรากฏตัวในศาลเพื่อพิจารณาคดี เพราะเกรงว่าจะถูกเนรเทศ

อีกเหตุการณ์หนึ่ง ขณะที่ทนายความอิมมิเกรชั่น ฟิลิปเป้ มาร์ติเน็ท กำลังอยู่ในศาลรัฐอริโซน่า ได้มีชายคนหนึ่งปรากฏตัวและแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นและจับกุมลูกความของเขา ซึ่งทำให้ลูกความพลาดการพิจารณาคดีที่ถูกทำร้าย ทนายความระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นนโยบายใหม่ที่ต้องปฏิบัติตาม พวกเจ้าหน้าที่ไอซ์จำเป็นต้องพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะทำให้การพิจารณาคดีหยุดชะงัก

ทางด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานไอซ์กล่าวว่า จะยุติการจับกุมในลักษณะนั้น ยกเว้นแต่ว่าเป็นเรื่องด่วนและอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน.

(วัลลภา ดิเรกวัฒนะ แปลและเรียบเรียง)

.................................................................