Get Adobe Flash player

‘นิต้า’ห่วงผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เสี่ยง โรควุ้นในลูกตาเสื่อม

Font Size:

“นิต้า” ห่วงสุขภาพผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ เสี่ยงเป็นโรควุ้นสายตาเสื่อม

นิต้า นิตยา พิเชษฐวณิชโชค นักธุรกิจชาวไทย ส่งข้อมูลทางการแพทย์ จากเว็บช์ต์ kapook.com ถึง เสรีชัย ให้เผยแพร่ เรื่องราวนี้เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง  

เริ่มจากการเห็น มีเส้นดำๆ เหมือนหยากใย่ ลอยไปลอยมาในดวงตา ถ้าอาการมากกว่านั้นก็ คือ ประสาทตาฉีกขาดจะมองเห็น แสงแฟลชในที่ มืด ไม่ว่าหลับตาหรือลืมตา และถึงขั้นนี้จะต้องปรึกษาแพทย์ซึ่งอาจผ่าตัด

สาเหตุ ของโรคนี้ เกิดจากการใช้สายตามาก เกินไป เช่นการทำงานด้วยการใช้คอมพิวเตอร์นานเกินไป แต่ก่อนโรคนี้จะเกิดกับผู้สูงอา ยุ หรือ คนที่มีอาชีพใช้ที่สายตามากๆ เช่น ช่าง เจียระไนเพชร พลอย ที่ต้องใช้สายตาเพ่งมากๆ

โดยระบุว่าจอคอมพิวเตอร์ มีส่วนทำให้สายตาเสียได้ทั้งสิ้น ต่างจากการอ่านหนังสือที่เป็นแผ่นกระดาษ ที่ระยะห่างระหว่างลูกตากับตัวหนังสือ จะคงที่ แน่นอนเพราะขอบของตัวหนังสือจะคมชัด ทำให้สมองปรับระยะโฟกัสได้ถูกต้องแน่นอนกว่า ทำให้กล้ามเนื้อและประสาทตาทำงานค่อนข้างคงที่

ต่างกับตัวหนังสือบนจอคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะเป็นจุดๆ ประกอบกัน ขอบของตัวหนังสือไม่คมชัดสมองจะสับสนใ การปรับระยะโฟกัส

ลักษณะการอ่านหนังสือในคอมนั้น จะต้องใช้เม้าส์ลากแถบด้านข้างจอ เพื่อเลื่อนบรรทัดหนังสือขึ้นลง เพื่อที่จะอ่านบรรทัดด้านล่าง จึงทำให้ปวดตา

การที่ตาปรับโฟกัส บ่อยเกิน ทำให้ลูกตาทำงานหนัก กว่าจะพิมพ์งาน เสร็จ คุณจะปวดตามากๆ

สรุป ก็คือ 1. การ มองตัวหนังสือที่แขวนลอยอยู่ในจอ โฟกัสไม่แน่นอน กล้าม เนื้อลูกตาทำงานหนักทำ ให้สายตาเสีย 2. การ เลื่อนตัว หนังสือและแถบ บรรทัดในหน้าคอม หรือ หน้าเนต มัน จะเลื่อนแบบ เป็นกระตุกๆ ทำให้สายตาเสีย การ กระตุกๆ ของแถบบรรทัดนี่เอง ที่ทำให้สายตาเสีย 3. การก้มๆเงยๆ มองแป้นพิมพ์ และมองจอคอม กลับไปกลับมาทำให้สายตาเสีย

4. การ ปรับจอภาพที่มีแสงสว่างจ้า มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้สายตาเสีย 5. การใช้จอคอม ที่มีความกว้างมากเกินไป จอคอมกว้างเหมาะสำหรับการ ดูภาพ ดูหนัง แต่ไม่เหมาะกับการดูตัวหนังสือ

มีข้อแนะนำว่า คอมพิวเตอร์ นั้น มีไว้สำหรับการค้นหามูล ไม่ได้มีไว้สำหรับการอ่านเป็นประจำ ควรจะกลับมาอ่านหนังสือกระดาษบ้าง

ภาพที่เห็นใยแมงมุม(เรียกว่า Floaters) เป็น ผลจากการเสื่อม สลายของวุ้นในลูกตาจนเกิดเป็นตะกอนข้างใน ไม่ได้เป็นอันตราย เมื่อเวลาผ่านไปตะกอนจะค่อยๆ ลอยออกจากลานสายตาไปอยู่บริเวณขอบๆ มากขึ้นจ นเราจะไม่สังเกตเห็น แต่คนที่เริ่มมีอาการเห็นแสง Flashing นั้น น่าสงสัยว่าอาจมีจอประสาทตาลอก หรือวุ้นลูกตาลอก

ผู้ที่เพิ่งจะเริ่มสังเกตเห็นอาการนี้เป็นครั้งแรก แนะนำให้ไปพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจดูว่าเริ่มมีจอประสาทตาลอก หรือวุ้นลูกตาลอกแล้วหรือยัง ถ้าแพทย์บอกว่ายังไม่มี เป็นแค่วุ้นลูกตาเสื่อมธรรมดาก็สบายใจได้ แต่ไม่ใช่สบายจนลืมระวังตัว ต้องคอยสังเกต ตัวเองด้วยว่ ถ้าเห็น Flashing กับ Floater ปริมาณ มากกว่าเดิมแบบ เฉียบพลัน ควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง

การป้องกัน ด้วยการใช้สายตาให้น้อยลงก็อาจเป็นหนทางหนึ่งที่ป้องกันการเกิดได้ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรู้จักอาการของโรคและระวังตัวเองอยู่เสมอ

นั่งในท่าที่เหมาะ สม และห่างจากจอคอมพิวเตอร์ประมาณ20-30 นิ้ว 

จอคอมพิวเตอร์ให้ อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ  20-26 องศา 

จัดเอกสารที่ต้องใช้ดูประกอบไว้ ใกล้กับจอ เครื่อง คอมพิวเตอร์จะ ได้ลดการส่ายศีรษะไปมามาก และลดการเปลี่ยนระยะการดูของสาย ตาในระยะที่ต่างกันมาก 

จัด แสง และแสงสะท้อนจากจอให้ลดลงในระดั บที่ตาเรารู้สึกสบาย 

อย่า ให้มีฝุ่นเกาะ จอคอมพิวเตอร์ ควรทำความสะอาด เสมอ 

พัก สายตา พักอิริยาบถทุกๆ 20 นาที เพื่อป้องกันตา เมื่อย

กะพริบ ตาบ้าง  ถ้า รู้สึกแสบตา หรือใช้น้ำตาเทียมหยดเป็นครั้งคราว 

จอ ภาพคอมพิวเตอร์ ต้องโฟกัส ชัดเจน  ตัว หนังสือภาพในจอ ให้ปรับให้ชัด เสมอ 

ผู้ที่จำเป็นต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ ควรใช้แว่นอ่านหนังสือที่เหมาะสม และไม่ควรใช้แว่น 2 ชั้น หรือแว่นไม่มีชั้น เพราะจะทำให้ต้องเงยหน้าอ่านข้อความในจอตลอด ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ปวดต้นคอเพิ่มขึ้น

.............................................