Get Adobe Flash player

พสกนิกรเฝ้าส่งเสด็จหลั่งน้ำตา เมื่อราชรถ ออกจากโรงราชรถ

Font Size:

ประชาชนน้ำตาไหลริน เมื่อราชรถเคลื่อนผ่าน เป็นสัญญาณว่าพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเริ่มขึ้นแล้ว อีกด้าน พสกนิกรยังหลั่งไหลแน่นรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

วันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 03.00 น. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก พร้อมด้วย พลตรี ศักดา ศิริรัตน์ รอง จก.สพ.ทบ.(1)และพลตรี ศรชัยกาญจนสูตร รอง จก.สพ.ทบ.(2) นำคณะผู้บริหาร คณะเจ้าหน้าที่สักการะ พระพุทธสิหิงส์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประจำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จากนั้นในเวลา 03.30 น. พล.ท.อาวุธ เป็นผู้กล่าวนำกำลังพลกรมสรรพาวุธทหารบก กรมการขนส่งทหารบก หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ และหน่วยมหาดมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ตั้งแถว ก่อนจุดเทียนธูปและกล่าวเป็นภาษาบาลี และกล่าวนำการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้กำลังพลกล่าวตาม

พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก กล่าวว่า ด้วยพระบารมีแห่งองค์พระพุทธสิหิงค์ เจ้าพ่อหอแก้ว และดวงวิญญาณของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลทุกพระองค์ตลอดจนเทพเทวา ผู้ดูแลรักษาราชรถ ราชยานอยู่ในโรงราชรถแห่งนี้ ตนและกำลังพลขอน้อมสักการะบูชาครูอาจารย์ผู้ที่ได้สร้างราชรถ ราชยาน เพื่อขออนุญาตเคลื่อนราชรถ ราชยาน ออกจากโรงราชรถเพื่อกระทำพิธีฉุดชักราชรถในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถ้าแม้นประมาทล่วงเกิน ขอได้โปรดอภัยโทษ ขอให้การปฏิบัติงาน และภารกิจต่างๆของเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปราศจากอุปสรรคและเหตุขัดข้องใดๆ ทั้งสิ้น

ต่อมาในเวลา 03.35 น. เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกและคณะนำกำลังพลสักการะราชรถ ราชยาน จากนั้นเชิญผู้กำกับราชรถเข้าประจำที่ราชรถ ราชยานก่อนเคลื่อนราชรถและพระยานมาศออกจากโรงราชรถ เพื่อทำการฉุดชักราชรถในขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ประกอบไปด้วย พระมหาพิชัยราชรถ ราชรถน้อย พระยานมาศสามลำคาน ราชรถปืนใหญ่ เกรินบันไดนาค จากนั้น กำลังพลทำการฉุดชักราชรถและพระยานมาศออกจากประตูโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไปยังจุดที่ตั้งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1-2-3 บนถนนมหาราช ถนนสนามชัย และในพระเมรุมาศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่หลั่งไหลมาจับจองพื้นที่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อร่วมส่งเสด็จในหลวง รัชกาลที่ 9 ครั้งสุดท้าย เมื่อได้เห็นกำลังพลฉุดชักราชรถเคลื่อนไปประจำจุดต่างมีสีหน้าโศกเศร้าและน้ำตาไหลริน เมื่อราชรถเคลื่อนผ่านเป็นสัญญาณว่าพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเริ่มขึ้นแล้ว

อีกด้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนยังคงหลั่งไหลมายังบริเวณโดยรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา จนแน่นขนัดเต็มพื้นที่ตั้งแต่บริเวณถนนดินสอเป็นต้นไป จน ถึงถนนมหรรณพ เพื่อจับจองพื้นที่ในวันที่ 26 ต.ค. ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเริ่มจัดระเบียบแถวของประชาชนในเวลา 3.00 น. ของวันที่ 26 ต.ค. โดยอนุญาตให้ประชาชนต่อแถวอยู่บริเวณถนนมหรรณพเพียงอย่างเดียว เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับประชาชนที่จะเข้ามาวางดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลอง ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ในเวลา 9.00 น.

ขณะที่บริเวณพื้นที่โดยรอบศาลาว่าการกทม. ประชาชนทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมเข้าจุดคัดกรองย่อย ทั้ง 4 จุด บริเวณวัดเทพธิดารามวรมหาวิหาร วัดราชนัดดารามวรมหาวิหาร โรงเรียนเบญจม ราชาลัย และโรงเรียนภารตวิทยาลัย อย่างต่อเนื่อง โดยมีบรรดาจิตอาสาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และร้านค้าในพื้นที่ใกล้เคียง นำอาหารและน้ำดื่ม มาแจกประชาชนที่มาเข้าแถวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อ ประชาชนผ่านจุดคัดกรองย่อยทั้ง 4 จุด เพื่อเข้ามาในพื้นที่แล้ว ต้องผ่านเครื่องสแกนบริเวณหน้าลานคนเมืองศาลาว่าการกทม.อีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่แบ่งประชาชนเป็นแถวตอนเรียง 4 กลุ่มละ 160-200 คน และอนู ญาตให้ประชาชนวางดอกไม้จันทน์ได้แถวละ 4 คน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

บวิเวณทิศเหนือมณฑลพิธีท้องสนามหลวง และหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยขณะนี้สภาพอากาศท้องฟ้าปลอดโปร่ง มีแดดจัด ประชาชนจึงนำร่ม และผ้าพลาสติกปูที่เตรียมมาเพื่อกันร้อนด้วย โดยส่วนใหญ่จะเป็นร่มสีดำหรือสีเข้ม นอกจากนี้ยังมีจิตอาสาเดินแจกอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และเกลือแร่ สำหรับผู้ที่อ่อนเพลียจากอากาศร้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ด้วยสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน ประจวบกับการที่มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาโดยรอบพื้นที่ ทำให้มีประชาชนบางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ มีอาการหน้ามืด เป็นลม โดยมีหน่วย แพทย์ฉุกเฉินคออยให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนหนึ่ง เดินทางเข้ามาในพื้นที่ สนามหลวงตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม ผ่านจุดคัดกรอง ได้นั่งในพื้นที่ชั้นในท้องสนามหลวง ผ่านสภาพอากาศทั้งแดดจัดและฝนตกมา 2 วัน แต่ก็ไม่ย่อท้อ กลับรู้สึกมี ความสุข เพราะมีความตั้งใจที่จะมาส่งในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย

ประชาชนบางส่วนไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ท้องสนามหลวง เพราะเจ้าหน้าที่ปิดจุดคัดกรองก่อน แต่ก็ภูมิใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธีฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จุดคัดกรองที่ 9 ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถ.พระอาทิตย์ ตั้งแต่ค่ำคืนวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่จะปิดการเข้า ออก เนื่องจากพื้นที่ด้านในมีประชาชนอยู่เต็มพื้นที่แล้ว แต่ยังคงมีประชาชนปักหลักเข้าแถวต่อคิวรอเพื่อจะเข้าไปยังสนามหลวง โดยหวังว่า เจ้าหน้าที่จะเปิดจุดดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งบางรายต่อคิวมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 ต.ค.โดยเมื่อเวลา 06.00 น. ท้ายแถวยังยาวถึงหน้าองค์การยูนิเซฟประเทศไทย และยังมีประชาชนทยอยเดินทางมาต่อแถวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งในเวลา 06.45 น. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่า จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปด้านในได้ แต่จะได้เข้ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพื้นที่ว่างด้านใน ทำให้มีบางส่วนที่เข้าไปได้เท่านั้น ซึ่งยังเหลืออีกจำนวนมากที่ต่อแถวเข้าคิวรออยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ประกาศแจ้งผ่านเครื่องขยายเสียงอีกครั้งว่า ไม่ยืนยันว่าจะเปิดให้เข้าได้อีกล็อตหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่ข้างในมีประชาชนที่ค่อนข้างหนาแน่นแล้ว ขณะนี้ กำลังจัดระเบียบพื้นที่อยู่ หากสามารถให้ประชาชนเข้าไปได้เพิ่มเติมอีกจะแจ้งให้ทราบ นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า แม้จะสามารถ เข้าไปข้างในได้แต่ทำเลที่ว่างตอนนี้มองไม่เห็นพระราชพิธีประชาชนจะเข้าไปหรือไม่ ซึ่งประชาชนที่เข้าแถวต่อคิวอยู่ต่างยืนยันว่า จะเข้าไปแม้อยู่ไกลก็ตาม

ส่วนบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มีประชาชนนั่งอยู่เต็มพื้นที่ของสะพานทั้งหมด ซึ่งหลังจากทราบว่า จุดคัดกรองดังกล่าวได้เปิดอีกครั้งทำให้มีประชาชนจำนวนหนึ่งเดินลงมาเข้าคิวต่อแถวด้วย ทำให้บริเวณสองฝั่งของถนนพระอาทิตย์มีประชาชนออกันล้นมาบนพื้นถนนจนเกือบจะเต็มพื้นที่ โดยท้ายแถวยาวถึงองค์การยูนิเซฟประเทศไทย อย่างไรก็ดี ในเวลาประมาณ 08.00 น. มีประชาชนบางส่วนได้ตัดสินใจเลือกที่จะเดินย้อนมายังสวนสันติชัยปราการ ที่มีการเตรียมซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่เอาไว้รองรับประชาชน และยังมีจอแอลซีดีถ่ายทอดสดงานพระราชพิธี เพื่อให้ประชาชนรับชมการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีจนถึงเสร็จสิ้นงานพระราชพิธี ทำให้บริเวณถนนพระอาทิตย์ตั้งแต่ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงแยกบางลำพู เต็มไปด้วยประชาชน รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้แล้ว

สำหรับบรรยากาศซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ที่สวนสันติชัยปราการเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่มากันตั้งแต่ช่วงเช้ามืดและยังมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยบางส่วนเป็นประชาชนที่ไม่สามารถเข้าไปในท้องสนามหลวงได้ และตัดสินใจย้ายมาอยู่ในจุดนี้แทน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ โดยเมื่อช่วงเที่ยงมีประชาชนต่อคิวถวายดอกไม้จันทน์จำนวนมาก แบ่งเป็น 2 แถว แถวหนึ่งท้ายแถวยาวเกือบใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ส่วนอีกแถวท้ายแถวยาวจรดแยกบางลำพู ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานการจราจรว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าการจราจรเป็นไปอย่างคล่องตัว ถนนโล่งเนื่องจากเป็นวันหยุดตามที่รัฐบาลกำหนด เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความอาลัย และเข้าร่วมพระราชพิธีถวยพระเพลิงพระพบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่อยู่พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะการจราจรถนนวิภาวดีประชาชนจากภาคเหนือและภาคอีสาน ใช้เป็นเส้นทางเข้าตัวเมืองรถมีปริมาณน้อย เนื่องจากประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีได้เดินทางเข้าจับจองพื้นที่ภายในตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว

ขณะเดียวเดียวกันประชาชน ที่จะเดินทางเข้าเขตพื้นที่ภายในเพื่อถวายดอกไม้จันทร์ตามจุดต่างๆ ได้เดินทางโดยชัตเตอร์บัส ที่รับ-ส่งประชาชนฟรี เส้นทางสายเหนือ-อิสาน สามารถจอดได้ที่สโมสรตำรวจ สนามบินดอนเมือง ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมืองทองธานี ส่วนที่เดินทางมาจากฝั่งตะวันออกสามารถจอดรถได้ที่ห้างสรรพสินค้าเมกาบางนา อีเกียบบางนา โชว์ดีซี สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนที่มาจากภาคตะวันตกและภาคใต้สามารถจอดได้ที่เซ็นทรัพลพระราม 2 เซ็นทรัลศาลายา มหาลัยมหิดล (ศาลายา) และจุดอื่นๆอีกรวมทั้งหมด 19 จุด จากการสรุปรายงานจุดจอดรถแต่ละแห่งยังว่างที่สามารถรองรับประชาชนได้อีกจำนวนมาก ส่วนประชาชนที่เดินทางมาโดยรถไฟที่สถานีรถไฟหัวลำโพงมีรถชัตเตอร์บัสออกทุกๆ5 นาที จึงทำให้การจราจรในพื้นที่ภายในคล่องตัว

เวลา 14.00 น. น.อ.หญิง ลลิดา อิสีประดิษฐ รองผู้อำนวยการ รพ.ทหารเรือกรุงเทพ กรมการแพทย์ทหารเรือ ผู้ประสานงานฝ่ายแพทย์ ในพิธีจัดงานวางดอกไม้จันทน์  ณ พระเมรุมาศ จำลอง ลานด้านหน้าศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนที่ต่อแถวท่ามกลางอากาศร้อนและประชาชนที่เข้ารับการรักษา

เบื้องต้น จากอาการเป็นลมและที่มีอาการไม่หนักมากเข้ารับการรักษาจากหน่วยแพทย์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าและขณะนี้ราว 1,000 ราย โดยมีประชาชนที่อาการหนักต้องนำส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาลเพียง 2 ราย โดยล่าสุดอุณหภูมิหน้าลานด้านหน้าศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ประชาชนเริ่มเดินทางเข้าร่วมเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง

....................................................