Get Adobe Flash player

มีเงินชดเชยวันลาเพื่อครอบครัว สิทธิ์ประโยชน์ที่เราไม่ค่อยรู้จัก

Font Size:

ทาง Employment Development (EDD) ได้จัดงานสัมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสิทธิ์ประโยชน์ เกี่ยวกับเงินชดเชยวันลาในธุระของครอบครัว (Paid Family Leave) หรือ PFL ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม ขึ้นที่สำนักงานสาขาลอสแอนเจลิสโดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ผู้ให้บริการครอบครัว เจ้าของธุรกิจและผู้ที่เคยได้รับเงินชดเชยนี้มาร่วมงาน

ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย, เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2018 โซเฟีย เช็ง ผู้จัดงานชุมชนขององค์กรไม่แสวงหากำไร Restaurant Opportunities Center-L.A. (ROC-LA) ได้คลอดบุตรคนแรก 2 อาทิตย์ก่อนกำหนด เนื่องจากความซับซ้อนที่มองไม่เห็น  หลังจากเสียเลือดจำนวนมากในระหว่างคลอดเธอก็ต้องอยู่ในการดูแลอย่างเข้มงวด ในโรงพยาบาลเพื่อฟักฟื้นขณะที่ลูกของเธอต้องอยู่ในตู้อบ เธอกล่าวว่า “ในตอนนั้นฉันแทบจะไม่สามารถเดินได้และเครียดเป็นอย่างมากฉันช่างโชคดีมากๆ ที่ฉันทราบเกี่ยวกับเงินชดเชยวันลาในธุระของครอบครัว (PFL) เพราะงานของฉันและรายได้ของฉันเป็นสิ่งสุดท้ายในความคิดของฉัน”

เช็ง และผู้ร่วมสัมนาได้แถลงกับสื่อมวลชนหลากหลายเชื้อชาติว่าผลประโยชน์ของเงินชดเชยวันลาในธุระของครอบครัวนี้มีคนใช้น้อย ถึงแม้ชาวแคลิฟอร์เนีย จะจ่ายเงินเพื่อผลประโยชน์นี้ผ่านประกันทุพพลภาพของรัฐที่เรียกว่า State Disability Insurance (SDI) โดยหักออกจากเงินค่าแรงอยู่แล้ว “เงินชดเชยวันลาในธุระของครอบครัว หรือ Paid Family Leave (PFL) ทำให้เกิดความอุ่นใจกับคนทำงานเพราะทำให้พวกเขาได้รับเงินค่าจ้างส่วนหนึ่งหากเขาจะต้องหยุดงานเพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์กับบุตรที่เกิดใหม่หรือดูแลคนที่เขารักขณะที่กำลังเจ็บป่วย แต่คนทำงานหลายคนโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ต่ำมักไม่รู้จักเงินชดเชย PFL นี้ว่ามันมีอยู่” เช็งกล่าว

EDD หวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในการขยายเพิ่มเติมสำหรับโครงการของเงินชดเชยนี้ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา กฏหมาย AB 908 กำจัดเวลาที่ต้องรอคอย ก่อนที่จะได้รับผลประโยชน์ออกไปและเพิ่มสัดส่วนของรายได้ที่พวกเขาจะได้รับเมื่อการเคลมประกันได้รับการอนุมัติ สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นจาก 55% ของรายได้ไปเป็น 70% สำหรับลูกจ้างที่ทำงานได้เงินใกล้เคียงกับรายได้ขั้นต่ำ และจะได้ 60% สำหรับคนที่ทำงานได้เงินถึงปีละ 108,000 เหรียญต่อปี

นอกจากนี้กฏหมาย SB 63 ยังเพิ่มความมั่นคงทางการงานให้กับลูกจ้างซึ่งรับเงินชดเชยวันลาในธุระของครอบครัวอีกด้วย การนำเอากฏหมายมาใช้เมื่อไม่นานนี้ลดจำนวนลูกจ้างที่ธุรกิจ ต้องมีก่อนที่พวกเขาจะต้องการันตีให้มีเงินชดเชยวันลาจาก 50 คนเหลือเพียง 20 คน ซึ่งป้องกันไม่ให้บริษัทลงโทษลูกจ้างด้วยการให้ออกจากงาน หักเงินค่าจ้าง ให้ตารางงานที่ไม่เหมาะสมหรือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางลบ กับสถานะในการทำงานของลูกจ้างหลังจากที่พวกเขากลับมาทำงานหลังจากที่ลาหยุดไปดูแลครอบครัว

การขาดความรู้เกี่ยวกับเงินชดเชยวันลาในธุระของครอบครัว ทั้งในส่วนของลูกจ้างและนายจ้าง ยังทำให้คนงานจำนวนมากไม่ได้ขอใช้ผลประโยชน์ส่วนนี้ในเวลาที่จำเป็น “จากแบบสอบถามพบว่าผู้ที่กรอกแบบสอบถามจำนวนหนึ่งกล่าวว่าพวกเขาจะต้องใช้สิทธิประโยชน์นี้ แน่นอนหากพวกเขาทราบว่ามันมีอยู่ในขณะที่คนส่วนใหญ่รู้จักการลาคลอด แต่เงินชดเชยวันลาในธุระของครอบครัวนี้มีประโยชน์ครอบคลุมที่กว้างกว่า”ดร.ดอนน่า เบนตัน ผู้อำนวยการศูนย์ Family Caregiver Support Center ของมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียตอนใต้กล่าว

ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยถึง 90% เป็นคนในครอบครัวและ 1 ใน 4 ของครอบครัวชาวแคลิฟอร์เนียต้องดูแลคนที่พวกเขารัก อย่างไรก็ตามมีเพียงแค่ 12 % ของเงินชดเชยวันลาในธุระของครอบครัวเท่านั้น ที่ถูกจัดสรรให้กับผู้ที่ดูแลญาติที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง อัลไซเมอร์ และโรคร้ายแรงอื่น

“ขณะที่แม่ของฉันกำลังป่วยหนัก ฉันต้องไปทำงานและห่วงว่าฉันอาจไม่ได้อยู่ข้างเธอในวันที่เธอกำลังจะตาย” ซีเลีย วัลเดซ ผู้อำนวยการทางด้านการศึกษาและการเข้าถึงชุมชนของ Maternal and Child Health Access กล่าว “ฉันต้องกังวล..เพราะฉันมีบิลที่จะต้องจ่ายและฉันต้องทำงาน”

วัลเดซ ซึ่งมีบุตรกล่าวว่า เงินชดเชยนี้ทำให้เธอสามารถทำงานต่อไปได้และยังสามารถขับรถพามารดาของเธอ ไปหาหมอหรืออยู่ดูแลมารดาของเธอขณะที่อาการป่วยแย่ลง ในโครงการนี้จะอนุญาตให้ลาได้ 6 สัปดาห์ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องใช้ทั้งหมดในครั้งเดียว และจะนับเริ่มต้นใหม่ทุก 12 เดือน

ในตอนท้า ยเช็งกล่าวว่า เธอทราบถึงความกังวลของธุรกิจขนาดเล็กว่าจะจัดการกับการขาดงานของลูกจ้างคนสำคัญเป็นเวลานานได้อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามเธอประเมินว่าค่าใช้จ่ายของนายจ้างในการหาคนงานใหม่ ฝึกงานและสูญเสียผลผลิตจากการสูญเสียลูกจ้างเก่าที่มีความสามารถจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 เหรียญ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ควรจะนำไปใช้เป็นเงินชดเชยวันลาจะดีกว่าจ้างคนงานใหม่

“หากคุณมีลูกจ้าง ที่ออกจากงานเพราะเหตุการณ์ในชีวิตที่เกิดขึ้น เช่น การเจ็บป่วยของคนในครอบครัว หรือการเกิดหรือการรับเลี้ยงบุตร นั่นทำความเสียหายให้กับธุรกิจ แต่นายจ้างก็เป็นปุถุชนเหมือนกัน พวกเขาก็มีบุตรและมีญาติที่เจ็บป่วย” เช็ง ซึ่งคลอดบุตรคนแรกอย่างปลอดภัย และกำลังตั้งครรภ์บุตรคนที่ 2 ได้ 6 เดือนกล่าวทิ้งท้าย.

(วลัยพรรณ เกษทอง รายงาน)