Get Adobe Flash player

จีนออกกฎหมายให้ลูก ไปเยี่ยมพ่อแม่ที่แก่เฒ่า

Font Size:
 
   

หัวข้อกฎหมายของจีนตั้งว่า “ต้องไปเยี่ยมพ่อแม่” หมายความว่า ลูกจะถูกเรียกร้องค่าเสียหายถ้าไม่ปฏิบัติตาม

ที่ศาลเมืองปักกิ่ง นางลี ลันยู อายุ 78 ปี อดีตอาชีพทำนา ร่ำไห้รำพันขณะให้การกับผู้พิพากษาว่า ไม่ได้เห็นหน้าบุตรชายคนโตคือนายหลี่ หวัง ลุน อายุ 60 ปี เป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง ซึ่งนางได้ขอร้องให้มาเยี่ยมพร้อมทั้งซื้อข้าวและน้ำมันสำหรับปรุงอาหารให้ด้วย

ในวันนั้นนายหลี่ ไม่ได้มาที่ศาลเพื่อแก้ต่าง เพราะทำงานเป็นคนงานก่อสร้างห่างออกไปจากบ้านแม่มากกว่า 100 ไมล์ ภรรยาและบุตรสาวเดินทางมาให้การแทนว่า นายหลี่มีรายได้เดือนละ 166 เหรียญ ถ้าจะให้มาเยี่ยมแม่บ่อยๆ ก็ได้ แต่แม่ก็จะได้อาหารที่ต้องการน้อยลง

ยังไม่มีรายงานการตัดสินคดีนายหลี่ แต่หนังสือพิมพ์ลงข่าวนี้ทั่วประเทศจีน เพราะเป็นคดีแรกที่แม่ขึ้นศาลฟ้องลูกที่จังหวัดซีฉวน และอีกหลายคดีที่จังหวัดฮีนานและจังหวัดเจียนซู ผู้พิพากษาตัดสินให้หญิงคนหนึ่งต้องไปเยี่ยมแม่อายุ 77 ปี ทุก 2 เดือนและทุกวันหยุดที่เป็นวันสำคัญ     

กฎหมาย “ต้องไปเยี่ยมพ่อแม่” บังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม กำหนดไว้ว่า ให้ลูกคนที่ไม่อยู่ด้วย ไปเยี่ยมพ่อแม่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลและองค์กรอื่นๆ เป็นการเตือนความทรงจำของประชาชนไม่ให้ลืมบทบาทของการทำหน้าที่ลูก

ทั่วประเทศจีน ก.ม.นี้เป็นที่ชื่นชมโดยทั่วไป เพราะวัฒนธรรมดั้งเดิมที่เคารพบุพการีได้ถูกละเลยอย่างรวดเร็ว ผู้สูงอายุบางคนให้ความเห็นว่า คนรุ่นใหม่ที่ทำแต่งาน จำเป็นต้องเตือนให้คำนึงถึงด้านศีลธรรมบ้าง

“นี่คือกฎหมายที่ดีทีเดียว ลูกจะต้องไม่ลืมพ่อแม่ ไม่ว่างานจะยุ่งแค่ไหน ผมอยู่กับลูกชายคนโต แต่ลูกของเพื่อนๆ หลายคนมาเยี่ยมพ่อแม่แค่ปีละครั้ง” นายมู อายุ 88 ปี อดีตคนงานโรงงานกล่าว

นายเซียง บ็อกซี อายุ 72 ปี วิจารณ์ว่า “กฎหมายไม่ชัดแจ้ง ไม่ได้ระบุถึงบทลงโทษและวิธีการ คำว่าบ่อยนั้นบ่อยแค่ไหน ทุก 10 วันหรือเปล่า ถ้าหัวหน้างานไม่อนุญาตให้ลาล่ะ ไม่ถูกต้องที่ใช้กฎหมายมากำหนดความเกี่ยวข้องของพ่อแม่กับลูก หรือภรรยากับสามี แล้วถ้าลูกไม่มาเยี่ยมเลย เราจะเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้จริงๆ”

ประเทศจีนมีประชากร 1,359,260,000 คน อายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 200 ล้านคน ในปี 2053 จะมีผู้สูงอายุ 487 ล้านคน และมีผู้สูงอายุจำนวนมากกว่าครึ่งของประเทศที่แยกกันอยู่กับบุตร เพราะคนอายุยังน้อยอพยพไปอยู่ในเมืองใหญ่เพื่อทำงาน ต่างก็ทิ้งพ่อแม่ไว้ข้างหลัง

ในปัจจุบันรัฐบาลหาทางที่จะให้ค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุได้เงินช่วยเหลือเกือบ 95 เปอร์เซ็นต์ คนในเมืองที่เกษียณอายุ ได้เงินเดือนละ 500-1000 เหรียญ แต่ที่ชนบทบางคนได้เงินช่วยเหลือน้อยกว่า 10 เหรียญ ทางด้านเศรษฐกิจ ผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือในการดำรงชีวิตและทางด้านจิตใจ กฎหมายใหม่นี้จึงมุ่งไปในด้านจิตวิทยามากกว่า

นายลู เหลา อายุ 32 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดทางอินเตอร์เน็ทที่ปักกิ่ง กล่าวว่า ตนไปเยี่ยมพ่อแม่ปีละครั้ง ซึ่งทั้งสองคนอายุ 60 ปี อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ในที่สุดแล้วไม่ว่าเขาหรือน้องชายจะต้องย้ายกลับไปดูแล เนื่องจากพ่อแม่ไม่มีทางย้ายมาอยู่ในเมืองใหญ่ได้เพราะกฎเกณฑ์ของรัฐบาล พ่อแม่ไม่ได้เงินช่วยเหลือ เบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ถ้ามาอยู่กับลูก ดังนั้นพ่อแม่จึงไม่กล้าทิ้งบ้านเกิด

นายลู กล่าวว่า “ผมจะไม่แต่งงานหรือมีลูก มีลูกก็ต้องมีค่าใช้จ่ายมาก ถ้าไม่มีลูกก็ยังพอมีปัญญาดูแลพ่อแม่ได้ “

นายเต๋า ลีกุน นักวิจัยเกี่ยวกับคนชราและปัญหาของคนชรา แนะนำว่า ควรกำหนดวันหยุดที่ลูกไปเยี่ยมพ่อแม่ให้ชัดเจน ควรมีสิ่งดลใจเรื่องภาษีโรงเรือนเพื่อให้ลูกย้ายไปอยู่ใกล้พ่อแม่ หรือให้ข้อเสนอสำหรับลูกที่ดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วยที่บ้าน

“ลูกก็ต้องการกำลังใจเช่นกัน ไม่ใช่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพียงฝ่ายเดียว” นายเต๋ากล่าว.

(วัลลภา ดิเรกวัฒนะ แปลและเรียบเรียงจาก นสพ.แอลเอไทม์)