Get Adobe Flash player

ย้ายกสญ.แอลเอ‘ธานี แสงรัตน์’ เป็นเอกอัครราชทูตที่เวียดนาม

Font Size:

มติคณะรัฐมนตรี ให้ “ธานี แสงรัตน์” กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เป็น เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ และ พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมแถลงผลการประชุม ครม.ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้

แต่งตั้ง 13.เรื่อง รัฐบาลสาธารณรัฐฝรั่งเศสเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย (กระทรวงการต่างประเทศ)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ กรณีรัฐบาลสาธารณรัฐฝรั่งเศสมีความประสงค์ขอแต่งตั้ง นายฌาก ลาปูฌ (Mr. Jacques Lapouge) ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม แห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย คนใหม่ โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงเทพมหานคร สืบแทน นายฌีล การาชง (Mr. Gilles Garachon) ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

14.เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอแต่งตั้ง นางสาวดารณี ลิขิตวรศักดิ์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง

15.เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ (กระทรวงการต่างประเทศ)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้ง นางภัทราวรรณ เวชชศาสตร์ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง

16.เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ (กระทรวงการต่างประเทศ)

คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำต่างประเทศ จำนวน 2 ราย ดังนี้

1. นายวศิน เรืองประทีปแสง กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

2. นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำต่างประเทศดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับ

นายธานี แสงรัตน์ กสญ.แอล.เอ.เปิดตัวกับสื่อแมวลชนและชุมชนไทยเมื่อวันที่16 มิถุนายน 2559 หลังจากเดินทางไปรับตำแหน่งได้ไม่นานและเป็นกงสุลใหญ่ 2 ปีก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตประจำฮานอย,เวียดนาม

ประวัติคร่าวๆนายธานี

การศึกษา-ระดับมัธยมต้น โรงเรียนปรินส์รอแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่

มัธยมปลาย โรงเรียน Marquett High School รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐฯ

ปริญญาตรี รัฐศาสตร์และการเมืองเปรียบเทียบ มหาวิทยาลัย Southern Illinois University สหรัฐ

ปริญญาโท Master of Public and International Affairs, University of Pittsburgh เน้นด้านเอเชียศึกษาและเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ

ประวัติการทำงาน

เริ่มเข้ารับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2536 ที่กรมเอเชียตะวันออก เป็นเจ้าหน้าที่โต๊ะจีนและมองโกเลียและกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ในฐานะเจ้าหน้าที่โต๊ะอิหร่าน ซาอุดีอาระเบียและประเทศอื่นๆ

ต่อมาปี พ.ศ. 2539 ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี โดยล่ามให้แก่ นายจรัส พั้วช่วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น และในปีเดียวกันย้ายไปปฎิบัติหน้าที่ที่กองนโยบายและวางแผน

นายธานี ออกประจำการในต่างประเทศครั้งแรกเมื่อปี 2540 เป็นเลขานุการโท สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่เศรษฐกิจและในปี 2541 เลื่อนเป็นเลขานุการเอก ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย-มาเลเซีย เป็นเวลา 2 ปี และปฎิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายกงสุล เป็นเวลา 2 ปี โดยทำหน้าที่เน้นในด้านการช่วยเหลือและดูแลคนไทยตกทุกข์ได้ยาก โดยเฉพาะสตรีและแรงงานไทยที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์

ในปี 2544-2550 กลับมาเป็นเจ้าหน้าที่การทูต 6 กรมองค์การระหว่างประเทศ ทำหน้าที่เกี่ยวกับประเด็นการโยกย้ายถิ่นฐานและมนุษยธรรม รวมทั้งปัญหาการค้ามนุษย์ในช่วงเวลานี้ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง Assistant to Regional Advisor ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration-IOM) ที่สำนักงานประจำประเทศไทยและสำนักงานใหญ่ ณ นครเจนีวา เป็นเวลาหนึ่งปี

ต่อมาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่การทูต 7 กองงานบริหารองค์การระหว่างประเทศ กรมองค์การระหว่างประเทศ ก่อนที่จะออกประจำการต่างประเทศอีกครั้งหนึ่ง

ในปี 2550 ได้รับมอบหมายให้ไปเป็นที่ปรึกษาด้านการเมือง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ปฏิบัติงานด้านความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ สนับสนุนการก่อตั้ง Friends of Thailand Caucus ในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นมิตรและสนใจเกี่ยวกับประเทศไทย ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ และผลประโยชน์ร่วมกัน

หลังจากครบวาระประจำการกลับมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองเอเชียตะวันออก 2 ในปี 2553 ดูแลความสัมพันธ์ไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การเยือนของผู้นำ รัฐมนตรีต่างประเทศ และเวทีทวิภาคีที่สำคัญ รวมทั้งในช่วงที่กรณีเขาพระวิหาร ความสัมพันธ์ไทย-พม่า และคณะผู้เจรจากับกลุ่มผู้เห็นต่างกรณีปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ปี 2558 ได้รับเลื่อนให้เป็นรองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก ทำหน้าที่ในการดูแลความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มเติมประเทศอาเซียนที่เหลือทั้งหมด รวมทั้ง มาเลเซีย สิงค์โปร์ อินโดนีเซีย

ปี 2559 ได้รับแต่งตั้งเป็นกงสุลใหญ่ แอล.เอ.

ปี 2561 ได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย

..........................................................................