Get Adobe Flash player

ปฎิรูปประเทศไทย

Font Size:

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเครือข่ายต่อต้านระบอบทักษิณ ประกาศความต้องการปฎิรูปประเทศไทย ห้าข้อคือ

1.ต้องทำให้การเลือกตั้ง ไม่สามารถโกง และซื้อเสียงให้คนชั่วเข้ามาเป็นผู้แทน ไม่ให้ให้นายทาสทุนสามานย์เข้าในสภาฯ

2.ต้องเปลี่ยนประเทศไม่ให้มีการคอรัปชั่นจนชาติเสียหาย  ห้ามนายทุนสามานย์ที่เห็นการเมืองเป็นเรื่องการลงทุน

3.ต้องกระจายอำนาจไปยังประชาชนอย่างแท้จริง ต้องเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด

4.ต้องปฎิรูปโครงสร้างตำรวจ โดยต้องให้ตำรวจ เป็นตำรวจของประชาชน อยู่ภายใต้อำนาจผู้ว่าฯ กทม.ไม่ใช่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและในจังหวัดอื่นก็ต้องใช้โมเดลเดียวกัน

5.ต้องออกแบบระบบกฏหมาย กติกา ข้าราชการต้องเป็นข้าราชการในระบบคุณธรรม 

6.บรรดาปัญหาด้านการศึกษา สังคม สาธารณะสุข คมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะเรื่องของคนจน ใครมาเป็นรัฐบาลต้องทำต่อ เป็นวาระแห่งชาติ ไม่ทำไม่ได้  ไม่ใช่หากินไปวันๆ ด้วยนโยบายประชานิยม

นายสุเทพ ประกาศชัดเจนว่า ไม่ได้ออกมาต่อสู้เพื่อเป็นนายกฯ และก็ไม่ได้คิดต่อสู้ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ โดยยืนยันว่านายอภิสิทธิ์ บอกเอง ว่าไม่ขอมีตำแหน่งแห่งหนในการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งนี้ทั้งสิ้น

คำประกาศของนายสุเทพ ไม่ใช่ความคิดของนายสุเทพ คนเดียว ไม่ใช่ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เกิดจากการระดมความคิด ที่ต้องการสร้างภาพกว้างๆ ให้เห็นเค้าโครง ไม่ใช่บทสรุป รอการกลั่นกรองและลงมือปฎิบัติ เพราะจะเป็นรูปธรรมไม่ได้เพียงข้ามคืน แม้มวลมหาประชาชนจะได้รับชัยชนะก็ตาม

การปฎิรูปประเทศจะขยายผลเกิดขึ้นได้ ต้องมีการเตรียมกฏหมายเพื่อรองรับ ให้สามารถลงมือปฎิบัติอย่างเป็นรูปธรรม แล้วเดินหน้าไปพร้อมๆ กันทุกองค์กร

มีคนกล่าวว่าหากมีการยุบสภา พรรคเพื่อไทยที่มีต้นทุนเป็นประชานิยม ก็จะมีชัยเด็ดขาด เข้าสภามาทำแบบเดิมอีก เรื่องนี้ก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเพื่อไทยบริหารประเทศโดยวิธีที่แล้วมา ท้ายที่สุดก็จะจบลงแบบเดิม พรรคการเมือง และนักการเมืองที่ชาญฉลาด จึงต้องเลือกที่จะนำพาประเทศ โดยยึดความต้องการของประชาชนเป็นหลัก  

เราจะเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยได้อย่างไร

เมื่อวันอังคาร ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า มศว ต้องการจะทำให้สังคมไทยเห็นความสำคัญเรื่องของกิจการเพื่อสังคม การจะทำให้สังคมไทยอยู่รอดและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้วยวิธีการคิดที่ประชาชนต้องช่วยเหลือตัวเอง มากกว่าจะรอการแก้ปัญหาของรัฐบาล

อธิการบดี มศว บอกว่าระบบสังคมโลกที่เคลื่อนจากระบบสังคมนิยมเพื่อทุกคนมีความเท่าเทียมกัน เข้าสู่ระบบทุนนิยม การค้าเสรีต้องใช้กลไกของการตลาด แล้วก็เกิดโลกของทุนนิยมขึ้นมา ประเทศมหาอำนาจต่างได้รับผลกระทบต่อระบบทุนนิยม ยิ่งเกิดความต่างกันมากระหว่างคนจนและคนรวย ทุกประเทศต่างค้นหาทางออกในการแก้ปัญหาความยากจนหรือปัญหาสังคมอื่นๆ

คงถึงเวลาแล้วที่เราต้องมีทางเลือกใหม่ ซึ่งเป็นทางเลือกที่สาม ในการช่วยกันปฏิรูปประเทศ สร้างคนดี นักธุรกิจที่มีจิตสำนึกร่วม เพื่อส่วนรวม ซึ่ง ในส่วนของ มศว มีนโยบายการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม จึงได้มาร่วมกันทำงานเป็นเครือข่ายอย่างเข้มแข็ง

“การประกาศเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม มศว จะต้องขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยได้จัดงานประชุมนานาชาติขึ้น เพื่อนำเสนองานทางวิชาการที่มีการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งใช้ชื่อว่า “กำไร ความหวัง สังคม ความท้าทายใหม่ของธุรกิจเพื่อสังคม”

จากแนวคิดลักษณะเช่นนี้ ถ้าเริ่มต้นด้วยการเตรียมคนจากทุกสถาบันการศึกษา ตั้งแต่เยาวชนต้นกล้า ไปสู่สถาบันอุดมศึกษา สู่สถานที่ทำงาน สู่องค์กรทั้งเอกชนและรัฐ เลิกความคิดมือใครยาวสาวได้สาวเอา ไปสู่ค่านิยมที่มนุษย์ต้องอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และเสียสละ บนพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคม

การปฎิรูปประเทศ ก็จะเป็นจริงขึ้นได้