Get Adobe Flash player

“การใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน” โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

Tess “เทส” เด็กหญิงอายุราว๙ ขวบ เปิดกระปุกเทเหรียญลงพื้นห้องนอน นับเหรียญอย่างช้าๆจนแน่ใจว่ามีเท่าใดแล้วใส่กระปุกดังเดิม เดินออกทางหลังบ้านไม่ให้ใครเห็นไปประมาณ ๖ ช่วงถนนจนถึงร้านขายยา ตรงไปยังเภสัชกรที่ยังคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ที่ดูทีท่าไม่จบลงง่าย จนหนูเทสไม่อาจอดทนรอได้ต่อไป เธอเอาเหรียญที่โตที่สุดเคาะพื้นกระจกโต๊ะเรียกความสนใจจากเภสัชกรวัยกลางคน จนต้องหันมาถามหนูเทสด้วยน้ำเสียงรำคาญว่า

                And what do you want?” (หนูต้องการอะไร) แต่ก็ไม่รอคำตอบ กลับพูดต่อไปว่า

“Im talking to my brother from Chicago whom I haven’t seen in ages.” (ฉันกำลังพูดกับน้องชายของฉันที่มาจากชิคาโก ฉันไม่ได้พบเขามาเป็นเวลาหลายปี”

                “Well, I want to talk to you about my brother.” (ก็ หนูต้องการจะพูดกับคุณลุงเกี่ยวกับน้องชายของหนู) หนูเทสรีบตอบด้วยเสียงที่รำคาญเช่นกัน

“He’s really, really sick…and I want to buy a miracle.”  (เขาป่วยมากมาก และหนูต้องการซื้อสิ่งมหัศจรรย์)

                “I beg your pardon?” (ว่าอะไรนะ) เภสัชกรหันมาถามด้วยความงุนงง

                “His name is John and he has something bad growing inside his head and my Daddy says only a miracle can save him now. So how much does a miracle cost?” (น้องหนูเขาชื่อ จอห์น เขามีอะไรบางอย่างที่ไม่ดีโตขึ้นในหัวเขาและพ่อหนูบอกว่า มีแต่สิ่งมหัศจรรย์เท่านั้นที่จะช่วยชีวิตเขาได้ งั้นสิ่งมหัศจรรย์นี้มันราคาเท่าไหร่คะ)

                “We don’t sell miracles here, little girl. (เราไม่ได้ขายสิ่งมหัศจรรย์ที่นี่นะหนู)

I’m sorry but I can’t help you.” (ฉันเสียใจนะแต่ฉันช่วยหนูไม่ได้) เภสัชกรบอกหนูเทสด้วยเสียงที่อ่อนลง

                “Listen, I have the money to pay for it. (ฟังนะคะ หนูมีเงินที่จะจ่ายได้)

If it isn’t enough, I will get the rest. (ถ้าไม่พอ หนูจะเอาที่เหลือมาได้)

Just tell me how much it costs.” (ขอเพียงแต่บอกหนูว่าราคาเท่าไร)

                น้องชายของเภสัชกรแต่งกายดี ก้มตัวลงมาและถามหนูเทสว่า

                “What kind of a miracle does your brother need?” (น้องชายของหนูต้องการสิ่งมหัศจรรย์อะไรหรือ)

                “I don’t know.” (หนูไม่ทราบ) หนูเทสตอบด้วยสายตาเศร้าแต่ก็ประกายเหมือนกับว่าความหวังเริ่มฉายแสงให้เห็นบ้าง

“I just know he’s really sick and Mommy says he needs an operation. (หนูทราบแต่เพียงว่าเขาป่วยมาก และคุณแม่หนูบอกว่าเขาต้องได้รับการผ่าตัดค่ะ)

But my Daddy can’t pay for it, so I want to use my money.” (แต่คุณพ่อหนูไม่มีเงินจ่าย เพราะฉะนั้นหนูจึงต้องการที่จะใช้เงินของหนูค่ะ)

                “How much do you have?” (หนูมีเท่าไหร่หรือ) ชายจากชิคาโกถาม

                “One dollar and eleven cents.” (หนึ่งดอลล่าห์กับสิบเอ็ดเซ็นต์ค่ะ) หนูเทสตอบเบาๆ

“And it’s the money I have, but I can get some more if I need to.” (และก็เป็นเงินที่หนูมีอยู่ แต่หนูอาจจะหามาได้อีกถ้าหนูจำเป็นต้องทำ)

                “Well, what a coincidence.” (อ้อ ช่างบังเอิญเสียจริง) ชายวัยกลางคนยิ้มให้หนูเทส

“A dollar and eleven cents…the exact price of a miracle for little brothers.” (หนึ่งดอลล่าห์กับสิบเอ็ดเซ็นต์ เป็นราคาที่พอดีกับสิ่งมหัศจรรย์สำหรับเด็กชายทั้งหลายเลย)

                มือหนึ่งเขารับเงินจากหนูเทส อีกมือหนึ่งเขาจับมือของหนูเทส และพูดว่า

                “Take me to where you live. (พาฉันไปที่บ้านหนู) I want to see your brother and meet your parents. (ฉันต้องการพบน้องชายของหนูและคุณพ่อคุณแม่ของหนู) Let’s see if I have the miracle you need.” (แล้วเรามาคอยดูกันว่าฉันจะมีสิ่งมหัศจรรย์ที่หนูต้องการหรือเปล่า)

                That well-dressed man was Dr. Carlton Armstrong, a surgeon, specializing in neurosurgery. (ชายผู้แต่งกายดีผู้นั้นคือ ดร. คาร์ลตัน ศัลยกรรมแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมระบบประสาท) The operation was completed free of charge and it wasn’t long until Andrew was home again and doing well. (การผ่าตัดเสร็จสิ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่นานนัก แอนดรู ก็ได้กลับบ้าน และเป็นปกติ)             

                “That surgerywas a real miracle. (การผ่าตัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์จริงๆ) I wonder how much it would have cost?”  (แม่สงสัยนักว่ามันจะเป็นเงินสักเท่าไร) แม่รำพึงมาเบาๆ

                Tess smiled. (หนูเทส ยิ้ม) She knew exactly how much a miracle cost—one dollar and eleven cents—plus the faith of a little child. (เธอรู้อย่างชัดเจนว่าสิ่งมหัศจรรย์นี้ราคาเท่าไหร่ หนึ่งดอลล่าห์กับสิบเอ็ดเซ็นต์ บวกกับศรัทธาของเด็กหญิงน้อยๆคนนี้)

                สิ่ง มหัศจรรย์ที่คิดว่ากำหนดได้จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นจริงหรือไม่ ไม่อาจพิสูจน์ได้ แต่มนุษย์อาจกำหนดสิ่งมหัศจรรย์ได้ ด้วยความปรารถนาอันพิสุทธิ์เช่นหนูเทส ที่เป็นสายใยเชื่อมความปรารถนาอันแรงกล้าจากแวดวงของปวงชนผู้มีจิตเมตตา ปัญญา และประสิทธิภาพ ร่วมพลังกันสร้างสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นได้ โดยไม่ต้องบวงสรวงรอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประสาทพร

                การ รักษาสุขภาพของตนเอง มีความพอใจในชีวิตตน และมีความซื่อตรงต่อสายใยแห่งความรักสัมพันธ์เป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกประการที่ ทุกคนสามารถทำให้เกิดขึ้นได้  แล้วสิ่งมหัศจรรย์ที่เราสามารถร่วมกันสร้างก็จะสนองความผาสุขแก่ทุกคน